Showing posts with label แหล่งน้ำมัน. Show all posts
Showing posts with label แหล่งน้ำมัน. Show all posts

บ่อน้ำมันวิเชียรบุรี ถ้าแชร์เรื่องมั่ว!! ก็จะได้ข้อมูลแบบมั่วๆ

ใครที่เคยได้รับทราบ หรือ ได้รับการส่งคลิปจากทางไลน์ หรือ ช่องทางอื่นๆ ประเด็นที่ว่า
ความลวง:
คนไทยรู้หรือยัง ?
ตะลึง..!!


     ขุดน้ำมันดิบที่วิเชียรบุรี ลึกไม่ถึง 1 กม.ได้วันละ 10,000 บาเรนใช้ได้นาน 20 ปี
    เตรียมส่งออกจีน..


เหยี่ยวข่าว 7สี - บ่อน้ำมันวิเชียรบุรี ขุมทรัพย์ใต้ดิน ที่เพชรบูรณ์


ความลับที่รัฐปกปิด เริ่มเปิดเผยออกมาเรื่อยๆ..ที่นี่ ประเทศไทยนะ โดยสันนิษฐานว่ามาจากเนื้อหาของเหยี่ยวข่าว http://s.bugaboo.tv/wmxh และเกิดการเผยแพร่ออกไปให้เกิดการเข้าใจที่ผิด

ซึ่งทางกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้ชี้แจงดังนี้

1. ในอดีตปริมาณการผลิตสูงสุดต่อวันที่เคยผลิตได้ประมาณ 12,500 บาร์เรลต่อวัน แต่อัตราการผลิตลดลงอย่างรวดเร็วเหลือประมาณ 5,000 บาร์เรลต่อวัน ยิ่งไปกว่านั้น อัตราการผลิตในปัจจุบันลดลงเหลือ 1,200 บาร์เรลต่อวัน (ตั้งแต่เดือน ก.พ.2555) เนื่องจากการผลิตน้้ามันดิบของหลุมในแหล่งส่วนใหญ่ได้มาจากชั้นหินหักเก็บปิโตรเลียมที่เป็นหินภูเขาไฟ ซึ่งโดยธรรมชาติของแหล่งกักเก็บชนิดนี้จะผลิตน้ำมันได้ในปริมาณสูงในช่วงแรกเท่านั้น

เนื่องจากในหินภูเขาไฟมีคุณสมบัติที่สามารถกักเก็บปิโตรเลียมได้น้อย (แหล่งกักเก็บเป็นลักษณะของรอยแตกในหินภูเขาไฟเนื้อแน่น จึงมีปิโตรเลียมในช่องรอยแตกเท่านั้น แตกต่างจากหินกักเก็บที่เป็นหินทราย ซึ่งจะเป็นลักษณะของรูพรุนระหว่างเม็ดทรายเมื่อทำการผลิตปิโตรเลียมจะค่อยๆ ไหลออกมาอย่างต่อเนื่องตามแต่ความสามารถในการซึมได้ของปิโตรเลียม และความดันภายในแหล่ง) การผลิตปิโตรเลียมจากหินกักเก็บลักษณะหินภูเขาไฟจะหมดไปอย่างรวดเร็ว และประสบปัญหาเรื่องปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงจนเป็นเหตุให้ปิดหลุมผลิต

กราฟด้านล่างแสดงอัตราการผลิตรวมที่ระยะหนึ่งมีการผลิตได้มากถึง 12,500 บาร์เรลต่อวัน และลดลงอย่างรวดเร็ว

(ประวัติการผลิตน้้ามันดิบของ บริษัท Eco Orient Resources ซึ่งเดิมชื่อ Pan Orient Resources (Thailand) รวมทุกแหล่ง ได้แก่ วิเชียรบุรี นาสนุ่น
L44 L33 POR และบูรพา)

2. หลุมผลิตในนาสนุ่น มีหลุมเจาะที่เจาะลึกน้อยกว่า 1 กิโลเมตร จริง เนื่องจากชั้นหินกักเก็บปิโตรเลียมอยู่ในชั้นหินภูเขาไฟ ซึ่งเป็นชั้นหินกักเก็บที่ต่างจากแหล่งกักเก็บอื่นๆ ซึ่งชั้นหินกักเก็บที่อยู่ในชั้นหินทราย

3. จากข่าวรายงานว่าจะแหล่งพื้นที่ผลิตในจังหวัดเพชรบูรณ์ สามารถผลิตน้ำมันดิบไปได้อีก 20 ปีนั้น หากค้านวณจากปริมาณส้ารองที่พิสูจน์แล้ว (Proved Reserves หรือ P1)
ณ ปี 2555 มีปริมาณส้ารองอยู่ที่ 5.38 ล้านบาร์เรล ซึ่งเมื่อเทียบอัตราการผลิตปัจจุบันที่ 1,270 บาร์เรลต่อวัน แหล่งผลิตปิโตรเลียมในจังหวัดเพชรบูรณ์จะผลิตต่อไปได้ประมาณ
12 ปี เท่านั้น

4. นักข่าวรายงานว่าน้ำมันดิบที่ผลิตได้ในจังหวัดเพชรบูรณ์ที่ส่งโรงกลั่นน้ำมัน หากไม่สามารถกลั่นในโรงกลั่นในประเทศได้ จะถูกส่งออกไปยังประเทศจีน และอเมริกานั้น ไม่เป็นความจริง เนื่องจากการซื้อขายน้ำมันดิบที่ผลิตได้จากแหล่งบนบกไม่มีการส่งออกไปขายต่างประเทศ ทั้งนี้ น้ำมันดิบที่ผลิตได้ทั้งหมดจะขนส่งไปยังโรงกลั่นภายในประเทศ (หยุดการส่งออกน้ำมันดิบ ตั้งแต่ ก.ย. 57)




ที่มา เอกสารชี้แจง สัมปทานปิโตรเลียมของไทย รัฐได้หรือเสียประโยชน์กันแน่




พม่าน้ำมันขุดมือ อันตราย เสี่ยงสารพิษ

เรื่องน้ำมันขุดมือ ของชาวบ้านที่มาขุดน้ำมันในพม่า มีมาแต่ในอดีตหลายสิบปีก่อน เพราะที่ในพื้นที่มีน้ำมันซึมขึ้นมาบนผิวดิน รัฐบาลท้องถิ่นอนุญาตให้ชาวบ้านขุดหาน้ำมันความลึกไม่เกิน 100 เมตร จากนั้นเอาท่อพีวีซีหย่อนลงไปเก็บน้ำมันขึ้นมา เคยผลิตได้สูงสุดถึง 25 บาร์เรลต่อวันต่อหลุม โดยต้องเสียค่าเช่าที่ประมาณ 3,000-50,000 บาท /หลุมขุดเจอก็เจอ ไม่เจอก็เจ๊งไป



หลายครอบครัว ขายไร่ขายนามาเสี่ยงโชค แล้วก็หน้าแห้งกลับไป

ตอนนี้รัฐบาลท้องถิ่น งดให้/ต่อการอนุญาตแล้ว ส่วนที่ยังเห็นขุดกันอยู่ก็คือกลุ่มที่ยังผลิตได้ ซึ่งเหลืออยู่ไม่มาก

ถ้าดูจากภาพ จะเห็นคราบการปนเปื้อนสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยในระดับเละเทะ เพราะขาดมาตรการและการกำกับที่ดี (ซึ่งหมายถึงเงินลงทุน!!) และ ไม่มีที่ไหนในโลก ที่ผลิตลิตรละ 2 บาท ถ้ามีหลักฐานเอามาแสดงอย่าพูดชุ่ย

ยังไม่รวมถึงการทะเลาะเบาะแว้ง การต่อสู้แย่งชิงทำเล อาชญากรรม และปัญหาเด็กกับเยาวชน ที่จะขาดโอกาสทางการศึกษา เพราะพ่อแม่ย้ายถิ่นฐานมาปักหลักในพื้นที่

เมื่อมาตรฐานการผลิตและมาตรการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ผลิตโดยไม่ต้องรับผิดชอบใดๆต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมขนาดนี้ ต้นทุนการผลิตย่อมต่ำไปด้วยเป็นธรรมดา ซึ่งน่าจะเป็นเหตุผลให้ปัจจุบันทางการพม่ากำหนดยุทธศาตร์ใหม่ โดยให้เอกชน รวมไปถึงรัฐ ขุดเจาะสำรวจเองในอนาคต

เหตุการณ์ก็คล้ายๆกับการเฮโลขุดแร่ที่เขาศูนย์ ดอยโง้ม เขาพนมพา บ้านน้ำเค็มที่เมืองไทย ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมมีกลุ่มคน NGO รวมไปถึงนักการเมือง (ที่ไม่ได้มีความรู้เรื่องธรณีวิทยา) จึงอยากให้ประเทศไทยเป็นอย่างนี้ แต่ขอโทษนะครับ ถึงจะอยากอย่างไรก็แห้วนะครับ เพราะที่เมืองไทยเรา มีที่ที่น้ำมันไหลซึมขึ้นมาใกล้ผิวดินเพีบงแห่งเดียวคือที่ฝาง และก็ไม่ได้มากมายเหมือนที่พม่าเขา หม่องเขาเพียงแต่โชคดีที่มีน้ำมันในระดับตื้นนะครับ เพราะน้ำมันดิบที่เกิดจากแอ่งสะสมตะกอนที่หนากว่า 10 กิโลเมตรนั้น ถูกขับดันไหลซึมขึ้นสู่ผิวดินตามรอยเลื่อนขนาดใหญ่เท่านั้นแหละ ไม่ได้เก่งกว่าคนไทยตรงไหนหรอกครับ

ซึ่งพม่ามีน้ำมันดิบที่ซึมผ่านชั้นหินต่างๆ ขึ้นมาจนอยู่ตื้นมาก สามารถเจาะหลุมได้ด้วยอุปกรณ์แบบเจาะน้ำบาดาล บางครั้งซึมขึ้นมาจนถึงผิวดิน (Oil seep)และมีระบบการขออนุญาตของพม่า / ให้ขุดเฉพาะหลุมตื้น / ไม่ใช้แท่นเจาะขนาดใหญ่ ส่วนไทยมีปรากฏการณ์นี้น้อยมาก ที่พบเมื่อนานมากมาแล้วคือที่ฝาง ปกติแหล่งน้ำมันของไทยอยู่ลึกประมาณ 2.5 - 3 กม. ต้องใช้แท่นเจาะแบบอุตสาหกรรม ส่วน การเจาะแบบในคลิปได้คือถ้าบ่อน้ำมันมันตื้นมากๆ แบบน้ำบาดาล อาจจะได้ แต่ถ้าเจาะแบบ Open hole อาจจะทำให้เกิดการปนเปื้อนในชั้นน้ำบาดาล (อยากทำแบบนี้ไม่ต่อต้านกันแล้วหรอ) เห็นในภาพเป็นท่อ PVC บ้านๆ พอนำเอาน้ำมันดิบขึ้นมาแล้ว ไม่มีการสวมอุปกรณ์เครื่องมือป้องกัน ไม่รู้ว่าน้ำมันดิบนั้นจะมีสารปนเปื้อนหรือเปล่า อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายเพราะได้กลิ่นและสัมผัสกับน้ำมันดิบโดยตรง แถมสภาพแวดล้อมแถวนั้นก็ดูเสื่อมโทรม ถ้าเกิดฝนตกแล้วชะล้างเอาน้ำมันดิบลงแม่น้ำล่ะ ไม่อยากจะคิดเลย พวก NGO ประเทศไทยว่ายังไง ปลาจะตาย สัตว์ที่อาศัย คนใช้น้ำในแม่น้ำไม่ได้ แต่การเจาะหลุมปิโตรเลียมในไทย เจาะลึกกว่าระดับน้ำบาดาลมาก (ระดับน้ำบาดาลลึกสุดในไทยประมาณ 600 เมตร)และ ลงท่อกรุ Casing รอบหลุม ไม่ให้สิ่งที่อยู่ในหลุมออกไปปะปนกับชั้นหินอื่น เรียกว่าเป็นระบบปิด น้ำจากการขุดเจาะยังต้องเอาไปบำบัดก่อนอัดกลับลงหลุม แถมเจ้าพนักงานก็ต้องใส่ชุดหมี ต้องใส่อุปกรณ์ป้องกันไอจากน้ำมันดิบอีกต่างหาก

เคยโพสต์ไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว http://bit.ly/2MGrADw
เคยมีกรณีเพื่อนบ้านเราเช่นกัน ช่วงเมษายนที่ผ่านมา ไฟไหม้บ่อน้ำมันเถื่อนในอินโดฯ http://bit.ly/2MXJaCB

#น้ำมันขุดมือ



ที่มา น้ำมันพม่าขุดมือ อันตราย เสื่องสารพิษ http://bit.ly/2D4oQJT

แฉ!! ความมั่วของคลิป แหล่งน้ำมันกงไกรลาศ คนไม่รู้ก็เที่ยวโม้ไปทั่ว

แฉ คลิปมั่ว แหล่งน้ำมันกงไกรลาศ รถขนน้ำมันดิบ 30,000 ลิตร กงไกรลาศ สุโขทัย คนไม่รู้ก็เที่ยวโม้ไปทั่ว แชร์ให้ทราบโดยทั่วกันจะได้ไม่โดนหลอก การผลิตน้ำมันดิบจากแหล่งบูรพาของบริษัท สยามโมเอโกะ




แชร์ให้ทราบโดยทั่วกันจะได้ไม่โดนหลอก การผลิตน้ำมันดิบจากแหล่งบูรพาของบริษัท สยามโมเอโกะ รถที่เห็น ชาวโลกเค้าเรียกว่ารถขนส่งน้ำมันดิบมีความจุประมาณ 200 บาร์เรล (น้ำมันดิบ ไม่ใช้หน่วยเป็นลิตรนะครับ) รถทุกคันนะครับจะส่งไปกลั่นที่โรงกลั่นบางจากนะครับ ประมาณ 3 คันต่อวัน หมายความว่าแหล่งนี้ผลิตได้ประมาณ 600 บาร์เรลต่อวัน (ประเทศไทยใช้น้ำมันดิบประมาณวันละ 1,000,000 บาร์เรล) ก่อนที่น้ำมันดิบจะส่งออกไปจากฐานผลิตปิโตรเลียมที่เห็นนั้นจะถูกวัดปริมาณลง seal ทุกครั้งทุกคัน แล้วไปวัดปริมาณที่ถูกต้อง แม่นยำ ชัดเจนอีกครั้งที่โรงกลั่นบางจาก ถ่ายอยู่ที่แหล่งบูรพา แต่บอกรถขนน้ำมันจากแหล่งลานกระบือ ซึ่งทั้งสองแหล่งนี้ อยู่ห่างกัน และดำเนินงานกันคนละบริษัท ผู้รับสัมปทานคือ บริษัทสยามโมเอโกะนะครับ มีอัตราการผลิตวันละประมาณ 600 บาร์เรลนะครับ น้ำมันดิบที่ผลิตได้ถูกขายให้โรงกลั่นบางจากและใช้ในประเทศทั้งหมดครับ

ส่วนที่บอกว่าการผลิตแสนง่ายต่อท่อแล้วดูดเหมือนน้ำบาดาล เปิดก๊อกใส่รถ คืออย่างนี้ครับการที่ไม่เห็นหัวโยก Beam Pump หรือปั๊มหัวโยกนั้น เนื่องจาก ไม่สามารถใช้ Beam Pump ได้ แต่ความจริงคือหลุมนี้มีการติดตั้งอุปกรณ์ช่วยในการผลิตอยู่ที่ก้นหลุมที่ไม่สามารถมองจากข้างบนได้ ซึ่งมันมีชื่อว่า Jet Pump ค่าใช้จ่ายต่อวันไม่เท่าไหร่หรอกครับ 107,250 บาทต่อหลุมต่อวันเท่านั้นเอง ซึ่งแหล่งนี้มีการติดตั้ง Jet Pump อยู่ 2 หลุม ส่วนหลุมที่ไม่ได้ติดตั้ง Jet Pump นั้นมีทั้งหมด 3 หลุม ค่าใช้จ่ายต่อวันก็ไม่สูงมากครับ แค่ 46,200 บาทต่อหลุมเอง **(ฺBeam pump and Jet pump ปกติทั่วไป หากแหล่งกักเก็บมี drive มีแรงดันขับเคลื่อนมากพอที่จะดันเอาน้ำมันดิบขึ้นมาได้ หลุมนั้น ไม่ต้องติดปั้ม แต่ผลิตไป บางแหล่ง ความดันลดไม่ไหล ก็ต้องติดปั้ม แต่อยู่ๆ จะเปิดก๊อกไหลใส่รถไปเลย ไม่ได้ ต้องมี process คือ ต้องเอาน้ำมันดิบนั้นเข้า แยกน้ำเพื่อให้มีน้ำปนในน้ำมันดิบน้อยที่สุด ตามผู้ซืีอกำหนด โดยเก็บน้ำมันไว้ใจแทงค์ หรือฉีดสารบางตัวเพื่อให้น้ำมันดิบแยกน้ำกับน้ำมันดิบได้ไวขึ้น ก่อนโหลดลงรถ)

สรุปนะครับจาก 5 หลุมมีค่าใช้จ่ายต่อวันแค่ประมาณ 350,000 บาทต่อหลุมทั้งหมดเองครับ ชัดเจนนะครับที่บอกว่าต่อท่อ เปิดก๊อก ใส่รถ ไม่ยุ่งยาก ไม่ลำบาก เอากันง่ายๆ ดูดกันสบาย มันง่ายตรงไหนครับ (แค่แหล่งเดียวนะครับ อย่าเหมารวมทุกที่เข้าไปว่า Cost มันจะเท่ากันทุกที่)

ส่วนที่บอกว่าราคาน้ำมันสุกขายเป็นราคานำเข้าบวกค่าขนส่งนั้น คืออย่างนี้ครับขอความกรุณาอย่าเอาหัวไว้กั้นหูนะครับ คือการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมเป็นอุตสาหกรรมต้นน้ำ(น้ำมันดิบ) มีการจัดเก็บค่าภาคหลวงให้ท้องที่กระทรวงการคลัง เก็บภาษีเงินได้ปิโตรเลียมส่งกระทรวงการคลัง เงินผลประโยชน์ตอบแทนพิเศษส่งกระทรวงการคลัง ไม่มีส่วนไหนเลยที่ไปเกี่ยวข้องการราคาน้ำมันสุก ซึ่งราคาที่ขายนั้นเป็นราคาเนื้อน้ำมันรวมกับเงินเก็บเข้ากองทุนน้ำมัน ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิต ค่าการตลาด ไม่มีส่วนเกี่ยวกับการผลิตน้ำมันดิบในประเทศเลยครับ ซึ่งราคาน้ำมันสุกที่ขายนั้นกำหนดโดยรัฐบาลครับ โดยการที่มาอ้างเรื่องราคาน้ำมันสุกนั้นกำหนดโดย พรบ.ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 ที่บอกว่าแก้ไขมา 5 ครั้งแต่ไม่แก้ไขข้อนี้ ใช่ครับไม่แก้ไขข้อนี้ เพราะว่ามันไม่มีข้อนี้ใน พ.ร.บ. ปิโตรเลียมเลย

ต่อมาคือสถานการณ์พลังงานของประเทศไทย ความเป็นธรรมคืออะไร การไม่บิดเบือดข้อมูลต่างหากครับ ความถูกต้อง คือการไม่โกหกกัน เป็นธรรมกับทุกฝ่าย เลิกมโน ที่ป้าในคลิปบอกว่าเรามีน้ำมันดิบเป็นของตัวเองและใช้ราคาน้ำมันตลาดโลก ง่ายๆ ครับ คือที่เรามีมันไม่พอกับที่เราใช้ ดังนั้นไม่แปลกที่จะใช้ราคาตลาดโลกครับ (ผลิตได้ประมาณ 150,000 บาร์เรลต่อวัน ใช้วันละ 1,000,000 บาร์เรล)

และที่บอกว่าผู้บริหารกระทรวงพลังงานบอกว่าลงทุนสูง เจาะยากอันนี้ก็ว่ากันด้วยข้อเท็จจริงดังนี้

ค่าใช้จ่ายในการผลิตของทั้ง 5 หลุมตกวันละ 350,000 บาท เงินลงทุนสิ่งปลูกสร้าง กระบวนการผลิตทั้งหมด เป็นเงินประมาณ 57,090,000 บาท เงินลงทุนส่วนนี้คงเป็นค่าใช้จ่ายที่ต่ำนะครับ น้ำมันดิบที่ขึ้นมานั้นไม่ใช่ว่าเอาไปใส่ถัง เปิดก๊อก ใส่รถและขายได้เลยนะครับ มันต้องมีกระบวนการที่มันสมองและสองตาของคนบรรยายมองไม่ออกหรอกว่า จะต้องไปผ่านกระบวนการนำน้ำและก๊าซธรรมชาติออกจากเนื้อน้ำมันดิบด้วยครับ

สุดท้ายที่ทิ้งคำถามว่าอยากให้ข้าราชการกระทรวงพลังงานปล่อยให้ประเทศไทยอยู่ในสภาพแบบนี้ ตอบไปหมดแล้ว เกี่ยวกับข้อจริง แต่ที่คนที่ทำงานรู้สึกแย่คือ ปล่อยให้ประเทศไทย มีกลุ่มคนบางกลุ่มมาคอยบิดเบือนข้อมูล สร้างความสับสนให้ประชาชนทุกวัน

รักนะ ♥♥ จาก กลุ่มบุคลากรที่ทำงานและเกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
- ความสำเร็จในการขุดเจาะปิโตรเลียมในประเทศไทย http://on.fb.me/1nwS7kC
- ต้นทุนการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม (๑) http://on.fb.me/1oloao5
- ต้นทุนการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม (๒) http://on.fb.me/1y9sVS9
- ต้นทุนการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม (๓) http://on.fb.me/1rmDT0X

รายละเอียดชี้แจงอย่างเป็นทางการ จากหน่วยงานภาครัฐ http://bit.ly/1zV5YHO

ที่มาของคลิปดังกล่าว http://bit.ly/1IvuIaS

นายทหารบุกยึดบ่อน้ำมันจากนายทุนต่างชาติ เงิบ!! เพราะเหตุผลต่อไปนี้

เป็นข่าวใหญ่ข่าวโต เมื่อปี 2557 ปรากฎคลิปนายทหารบุกยึดบ่อน้ำมันจากนายทุนต่างชาติ จากนั้นก็แห่แชร์แพร่สะพัดไปทั่วเน็ต



ต่อมา มีคนแฉว่าคลิปนี้มันมั่วจากเนื้อหาหลายประการ

ข้อเท็จจริงกรณีรัฐเขต เพื่อโปรดเผยแพร่
บริษัท อีโค่ โอเรียนท์ รีซอสเซส (ประเทศไทย) จำกัด
สัมปทานปิโตรเลียม เลขที่ 3/2546/60 แปลงสำรวจบนบกหมายเลข L44/43
เลขที่ 5/2546/62 แปลงสำรวจบนบกหมายเลข L33/43
วันออกสัมปทาน 17 กรกฎาคม 2546 (มติ ครม. 26 พฤษภาคม 2546)
วันสิ้นสุดระยะเวลาสำรวจ 16 กรกฎาคม 2555
วันสิ้นสุดระยะเวลาผลิต 16 กรกฎาคม 2575
ผู้รับสัมปทานเริ่มแรก บริษัท แปซิฟิค ไทเก้อร์ รีซอสเซส (ประเทศไทย) จำกัด 100%
ผู้รับสัมปทานปัจจุบัน บริษัท อีโค่โอเรียนท์ รีซอสเซส (ประเทศไทย) จำกัด 100%
(เดิมชื่อบริษัท แปซิฟิค ไทเกอร์ รีซอสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ต่อมาขายหุ้นให้กับ
บริษัท แพน โอเรียนท์ รีซอสเซส (ประเทศไทย) จำกัด)

ประวัติการผลิตน้ำมันดิบของบริษัทฯ ผลิตในอัตราสูงสุด 12,500 บาร์เรลต่อวัน ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2551
และอัตราการผลิตลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการผลิตน้ำมันดิบของหลุมในแหล่งส่วนใหญ่ได้มาจากชั้นหินกักเก็บปิโตรเลียมที่เป็นหินภูเขาไฟ ซึ่งธรรมชาติของแหล่งกักเก็บชนิดนี้จะผลิตน้ำมันดิบได้ในปริมาณสูงในช่วงแรกเท่านั้น เนื่องจากในหินภูเขาไฟมีคุณสมบัติที่สามารถกักเก็บน้ำมันดิบได้น้อย จึงผลิตหมดไปอย่างรวดเร็วและประสบปัญหาในการผลิตน้ำในอัตราสูงจนเป็นเหตุให้ต้องปิดหลุมผลิตบางส่วน

ปัจจุบันบริษัท อีโค่ โอเรียนท์ รีซอสเซส (ประเทศไทย) จำกัด แปลงสำรวจบนบกหมายเลข L44/43,L33/43
พื้นที่ผลิตนาสนุ่นตะวันออก, บ่อรังเหนือ, วิเชียรบุรีส่วนขยาย, L33
จำนวนฐานผลิตทั้งหมด 45 ฐาน
จำนวนหลุมผลิต 24 หลุม จากจำนวนหลุมทั้งหมด 110 หลุม
ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบเฉลี่ย 4,790 บาร์เรลต่อวัน
ปริมาณน้ำเฉลี่ย 3,583 บาร์เรลต่อวัน
ปริมาณก๊าซธรรมชาติเฉลี่ย 1.113 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน
(ข้อมูล ณ เดือนพฤษภาคม 2557)

การใช้ประโยชน์ในที่ดินของ ส.ป.ก.

วันที่ 16 ธันวาคม 2552 ได้รับอนุมัติพื้นที่ผลิตบ่อรังเหนือเป็นพื้นที่ 39.39 ตารางกิโลเมตร ซึ่งมีพื้นที่บางส่วนอยู่ในเขตที่ดินของ ส.ป.ก. ท้องที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เนื้อที่ประมาณ 43 ไร่ 3 งาน 35 ตารางวา ครอบคลุมพื้นที่ผลิต 6 ฐาน ได้แก่
1. พื้นที่ฐาน Borang จำนวน 4 หลุม
2. พื้นที่ฐาน L44-W จำนวน 4 หลุม
3. พื้นที่ฐาน L44W-A15. จำนวน 2 หลุม
4. พื้นที่ฐาน L44W-A14. จำนวน 1 หลุม
5. พื้นที่ฐาน 2009-A. จำนวน 1 หลุม
6. พื้นที่ฐาน L44-V จำนวน 4 หลุม
ตั้งแต่ 2 พฤษภาคม 2555 บริษัทฯ หยุดทำการผลิตในพื้นที่ดังกล่าว หลังจากได้รับหนังสือแจ้งจาก ส.ป.ก.

ภายหลังการตรวจสอบทาง ส.ป.ก. ได้ส่งหนังสือที่ พช 0011/1017 ลงวันที่ 25 ธันวาคม 2555 แต่พื้นที่ L44-V ไม่อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน บริษัทฯ จึงเริ่มทำการผลิตปิโตรเลียมเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2555 ซึ้งในปัจจุบันพื้นที่ฐาน L44-V มีอัตราการผลิตน้ำมันดิบเฉลี่ยประมาณ 142 บาร์เรลต่อวัน (ข้อมูล ณ เดือนพฤษภาคม 2557) ซึ่งน้ำมันดิบที่ผลิตได้มีการตรวจสอบปริมาณการผลิต การซื้อ-ขายโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ

ด้วยพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับมอบหมายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้มาทำการสืบสวนสอบสวนคดีที่ พันโท รัฐเขต แจ้งจำรัส กรรมาธิการพลังงานวุฒิสภาร้องทุกข์กล่าวโทษว่าบริษัทอีโค่ โอเรียน รีซอสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ลักลอบขุดเจาะน้ำมันดิบ

โดยในวันที่ 10 มิถุนายน 2557 พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พนักงานเจ้าหน้าที่จากสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร, กรมที่ดิน, กรมป่าไม้ จะเข้ามาตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ และบันทึกปากคำพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องตามที่รับแจ้ง ว่ามีการดำเนินการฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่
ดังนั้นกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลและตรวจสอบการทำงานในด้านการสำรวจ ผลิต ขนส่งและซื้อขายปิโตรเลียม ของผู้รับสัมปทานในประเทศไทย จึงส่งตัวแทนเข้าร่วมตรวจสอบการสืบสวนสอบสวนและชี้แจงข้อเท็จจริง
ในครั้งนี้

เหตุการณ์ของวันที่ 10 มิถุนายน 2557
พนักงานสอบสวน ผู้ร้อง(พันโทรัฐเขตและพวก) ผู้ให้ข้อมูล ได้ตรวจสอบ
1. พื้นที่ฐาน Borang จำนวน 4 หลุม
2. พื้นที่ฐาน L44-W จำนวน 4 หลุม
3. พื้นที่ฐาน L44W-A15. จำนวน 2 หลุม
4. พื้นที่ฐาน L44W-A14. จำนวน 1 หลุม
5. พื้นที่ฐาน 2009-A. จำนวน 1 หลุม
6. พื้นที่ฐาน L44-V จำนวน 4 หลุม
ร่วมกันโดยลำดับ1-5ได้หยุดผลิตและลำดับ6ได้มีการผลิตจริง อีกทั้งตัวแทนจากกรมป่าไม้ สปก และที่ดินร่วมกันรังวัดพิกัดทั้ง6พื้นที่ฐานเพื่อประกอบเป็นหลักฐานให้พนักงานสอบสวน
พร้อมกับเจ้าหน้าที่ สปก ได้ยืนยันว่าพื้นที่ฐาน1-5อยู่ในพื้นที่ สปก แต่พื้นที่ฐานที่6ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ สปก
โดยกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้ยืนยันว่าพื้นที่ทั้ง6ฐานอยู่ภายใต้พื้นที่สัมปทาน ในช่วงที่มีการผลิตก็มีการเสียค่าภาคหลวงให้รัฐตามปริมาณที่ถูกต้องแต่เมื่อหยุดผลิตก็ไม่มีค่าภาคหลวงเกิดขึ้น อีกทั้งพื้นที่ฐาน L44-V ที่มีการผลิตอยู่เนื่องจากไม่อยู่ในพื้นที่ สปก แต่อยู่ในพื้นที่สัมปทาน ดังนั้นจึงดำเนินการผลิตและมีการเก็บค่าภาคหลวงตามปกติหลังจากได้รับการแจ้งว่าไม่ได้แยู่ในพื้นที่ สปก จาก สปกจังหวัดเพชรบูรณ์เมื่อวันที่25 ธันวาคม 2556

ซึ่งข้อมูลทั้งหมดอยู่ในกระบวนการสอบสวนของพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบการร้องทุกข์คราวนี้ จึงไม่สามารถสรุปว่าสิ่งใดผิดหรือถูกได้ในปัจจุบัน

นอกเหนือจากนั้นพันโทรัฐเขตยังได้พาคณะเข้าตรวจสอบพื้นที่ฐานเพิ่มอีก1จุด โดยอ้างว่ามีการแอบผลิตและอยู่ในพื้นที่ สปกแต่เมื่อมีการวัดพิหัดร่วมกัน เจ้าหน้าที่ที่ดินได้ยืนยันว่าเป็นที่มีโฉนดและถือครองโดยบริษัทฯพร้อมกับบริษัทฯก็มีโฉนดยืนยันถูกต้อง

ประเด็นที่ถูกบิดเบือนภายหลังจากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและบันทึกปากคำพร้อมรับเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการโดยพนักงานสอบสวนในวันที่10 มิถุนายน 2557

ภายหลังจากการได้หารือและชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งวิเชียรบุรีของบริษัท อีโค่ โอเรียนท์ รีซอสเซส (ประเทศไทย) จำกัด โดยนายปรศักดิ์ งามสมภาค พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พรบ. ปิโตรเลียม/ตัวแทนกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติต่อพันโทรัฐเขต แจ้งจำรัส ผลการชี้แจงคือพันโทรัฐเขตเข้าใจในทุกประเด็นและไม่มีข้อสงสัย

ต่อมาสื่อต่างๆได้นำเสนอการให้สัมภาษณ์ของพันโทรัญเขตและพวกที่มีการบิดเบือนข้อมูล ยุยง ปลุกปั่นให้ประชาชนเกิดการเข้าใจผิดดังนี้
1. มีการแจ้งข่าว ป่าวประกาศทางสังคมออนไลน์ว่าหลุมผลิตของแหล่งวิเชียรบุรีมีทั้งหมด 95หลุม ซึ่งในความเป็นจริงมีหลุมผลิตเพียง 24 หลุม
2. มีการกล่าวอ้างว่าเป็นคำสั่งของพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา ในการมาตรวจสอบครั้งนี้ แต่ไม่สามารถแสดงหนังสือคำสั่งหรือรายละเอียดคำสั่งที่ชัดเจนได้
3. มีการกล่าวอ้างในประเด็นเด็ด7สีว่ามีการลักลอบขุดเจาะน้ำมันในพื้นที่สปกและหลีกเลี่ยงไม่ชำระค่าภาคหลวงมา5ปี รัฐเสียหายกว่าหมื่นล้านบาท โดยคุณอรรถพล ดวงจินดา ได้กล่าวว่ามีคำสั่งให้หยุดแต่ยังมีการลักลอบขุดผลิตได้ไม่ต่ำกว่า1200บาร์เรลต่อบ่อ
โดยในความเป็นจริงคือไม่มีการผลิตในพื้นที่ที่มีคำสั่งให้หยุดผลิตโดยสปก จนกระทั่งปัจจุบันยกเว้นพื้นที่ฐาน L44-V ที่ สปก แจ้งว่าไม่ได้อยู่ในพื้นที่สปกและมีอัตราการผลตเพียงวันละประมาณ 142บาร์เรลต่อวัน
4. พันโทรัฐเขตได้ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่าความผิดสำเร็จเรียบร้อย โดยในความเป็นจริงยังอยู่ในกระบวนการสอบสวน ยังไม่สามารถสรุปข้อเท็จจริงได้
5. คุณวิวัฒน์ชัย กุลมาตย์ ที่ปรึกษาเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่นแห่งชาติได้กล่าวโทษ สปกและกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติที่ยอมให้มีการลักลอบผลิตน้ำมันดิบและไม่เสียค่าภาคหลวงทำให้รัฐเสียประโยชน์ แต่ในความเป็นจริงสปกและกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติไม่ได้มีการให้บริษัทฯผลิตน้ำมันดิบในพื้นที่สปกแต่อย่างใดและการผลิตและการจัดเก็บค่าภาคหลวงถูกดำเนินการอย่างถูกต้องและครบถ้วน

อ้างถึง: คลิปข่าวประเด็นเด็ด7สี
http://m.bugaboo.tv/watch/126657
คลิปการสนทนาระหว่างเจ้าหน้าที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติและพันโทรัฐเขตและพวก1,2
http://www.youtube.com/watch?v=Ed0DcRVSKvA&feature=youtu.be
http://www.youtube.com/watch?v=cVB8us0m8EM&feature=youtu.be

ที่มา ข้อเท็จจริงนายทหาร เพื่อโปรดเผยแพร่


หรือแม้แต่กระทั่ง เพจเรียกไลค์ เรียกแชร์ ก็บ้าจี้เอามาลง


จนมีเพจมาแฉ
คำว่าน้ำมัน และ แก๊ส จะหมดภายในอีก 6-7 ปี หมายถึง หลัก R/P คือคำนวณ ณ สิ้นปี พ.ศ. 2556 จากปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติที่พิสูจน์แล้ว 8.41 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต หารด้วยปริมาณการผลิตทั้งปีจากอัตราการผลิตเฉลี่ยประมาณ 4,000 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ก็จะเหลือประมาณ 6 ปี (หรือ 6.8 ปีจากรายงานของ BP) ตัวเลข 6-7 ปีนี้ เป็นตัวเลขรวมปริมาณสำรองและการผลิตก๊าซธรรมชาติจากทุกแหล่งในประเทศหากแยกย่อยในแต่ละแหล่งก็ขึ้นอยู่กับปริมาณสำรองหรืออัตราการผลิตของแต่ละแหล่ง บางแหล่งที่อัตราการผลิตสูงอาจจะเหลือ 3-4 ปี ต้องเร่งสำรวจหาเพิ่มในกระเปาะอื่นๆ บางแหล่งอาจจะยาวถึง 30 ปี เนื่องจากอัตราการผลิตต่ำตัวอย่างกรณีสำรองน้ำมันดิบ (R/P) ของทั้งโลกมีอยู่ 53 ปีขณะที่เวเนซุเอลามีสำรองน้ำมันดิบถึง 310 ปี ขึ้นอยู่กับปริมาณสำรองและอัตราการผลิตของประเทศนั้นๆ ดังนั้น หากหยุดการสำรวจหาแหล่งใหม่ๆ มาเติมจนปริมาณสำรองใกล้จะหมด ก็จะไม่สามารถรักษากำลังการผลิตในประเทศที่ระดับเดิมได้ อัตราการผลิตก็จะลดลงไปเรื่อยๆ
** เหมือนเรามีเงิน อยู่ 100 บาท ซึ่งคิดว่าจะใช้ได้อีก 7 วัน แต่เราใช้ไปเรื่อยๆ เงินที่เรามีอยู่มันก็ลดไปเรื่อยๆ ถ้าเราไม่หาเพิ่มมันก็จะหมด ** #บ่นว่าจนแต่ไม่ขยันจะมีไม๊
-------------------------------------------
ส่วนต่อมาที่บอกว่า ราคาน้ำมันที่ตกต่ำเหลือลิตรละ 8 บาท เราก็สามารถนำเข้ามาขายเองได้สัญญาระยะยาว ในความเป็นจริงทำไม่ได้ เพราะซาอุฯไม่ยอมทำด้วยแน่นอน เพราะคนที่เสียประโยชน์สุดคือคนที่เราทำสัญญากับเค้า หรือไม่ก็เค้าทำอย่างมากคือ 1 ปี และเป็นแค่การตกลงในปริมาณ ไม่ได้เกี่ยวกับราคา และราคาจะใช้ตามประกาศ ซึ่งจะประกาศเป็นรายเดือน ซึ่งไม่แคร์ใครอยู่แล้ว
** แต่ราคา 8 บาท/ลิตร นี่ลองเอาไปคำนวนเล่นๆ แล้ว จะเป็นไปได้ถ้าราคาตลาดโลกอยู่ที่ 40 เหรียญ/บาร์เรล และเป็นราคาที่ปากหลุม ไม่รวมค่าขนส่ง ซึ่งถ้าบอกว่าใครไม่ยอมตามคอนดิชั่นนี่ก็ไม่ต้องเอา เพราะเค้าไม่ขายเรา ก็มีคนซื้ออีกเยอะแยะ ** #อย่ามโน #ทำได้ก็ไปทำมา
-------------------------------------------
ส่วนต่อมา ยอมรับแล้วนะครับ ว่าเราอ้างอิงตลาดหน้าสิงคโปร์ เข้าใจถูกแค่นิดเดียวครับ (ราคาหน้าโรงกลั่นประมาณ 11-12 บาท หน่ะเมื่อประมาณมกราคม 58 ซึ่งไม่ต่างกับราคาบ้านมากนัก อย่าลืมเรื่องมาตรฐานน้ำมันยูโร4 ด้วย)ที่เหลือ โง่เง่าบัดซบมากๆ ก็อย่างที่คุณบอกหน่ะครับ ตามมาตรา 7 ข้างต้น ที่ผู้ค้าน้ำมันต้องทำตาม ซึ่งราคานี้้ก็ออกมาจากประกาศของ Eppo และถ้ากดไปดูโครงสร้างราคาน้ำมันจะเห็นได้ว่า ณ โรงกลั่นหน่ะ ราคาตามที่คุณพูดเลยครับ ที่เหลืออยู่ในส่วนของ ภาษีประมาณ 12 บาท, กองทุนต่างๆ ประมาณ 9 บาท, ค่าการตลาดประมาณ 2 บาท และมีปัจจัยอื่นเช่น ราคาเอทานอล ราคาไบโอดีเซล ฉะนั้น จะเห็นได้ว่าเป็นอะไรที่มั่วฉิบหายเลยสำหรับคนพูด ว่าเพราะมีบริษัทขายราคาเกินควร และที่บอกว่าให้ปิดโรงกลั่นไปเลยทุกโรง คิดตามเรื่องเศรษฐกิจป่ะ เราต้องสั่งซื้อน้ำมันสำเร็จรูปจากเมืองนอก ให้มันแพงเข้าไปอีก รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ทุกสิ่งอย่างที่ออกจากโรงกลั่นก็ไม่มีด้วย ก๊าซหุงต้มเอย อะไรเอย ยังไม่รวมเรื่องความเชื่อมั่นของประเทศ ความมั่นคงทางพลังงานก็สั่นคลอนด้วย
** อย่างที่บอกคุณบอกเองแหละครับ บริษัทผู้ค้าต้องทำตามกฎหมายมาตรา 7 ไม่งั้นถือว่ามีความผิด และ ที่สำคัญคือ ถ้าคุณทำได้ที่จะขายน้ำมันให้ราคาถูกกว่านี้ ผมรออยู่นะ อย่าปากดี เที่ยวประท้วงไปเดิน ให้ข้อมูลผิดๆ ตามที่ต่างๆ **
--------------------------------------------
ต่อมาที่บอกว่า กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ข้อมูลเท็จกับนายกคนปัจจุบัน กระทรวงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ข้อมูลไม่ผิดครับ แต่ถ้าจะตีความโง่ๆ ว่า มีบ่อ 6,000 กว่าบ่อ แล้วมีการขุดเจอ แค่ ประมาณ 3,000 หลุม มีสัดส่วนที่เจอปริมาณน้ำมันถึง 50% ถึงเป็นอะไรที่โง่เง่าบัดซบ หลอกชาวบ้าน ชาวประชา Social Media อย่างแท้จริง คุณไม่พูดเรื่องปริมาณน้ำมันเอย ก๊าซเอย ปิโตรเลียมเอย ที่ขุดเจอหล่ะครับ ว่ามันมีมากขนาดไหน
** หรือถ้าเปรียบเทียบ คนที่พูดในคลิปโง่ๆ นี่กำลังจะบอกว่า ถ้าไปบริเวณทะเล หรือ แม่น้ำ แห่งหนึ่ง แล้วเจอปลา 100 ตัว และตัวใหญ่ทุกตัว ไปทุกที่ จะต้องเจอปลาที่ตัวใหญ่ ทุกตัว และ เจอปริมาณ 100 ตัว ทุกที่ใช่หรือไม่ คิดเอา ** #แม่น้ำทุกที่อาจไม่มีปลาเหมือนกันก็ได้
** หรือถ้าคุณเก็บเงินหยอดกระปุก วันละเหรียญด้วย เหรียญบาท กับ เหรียญสิบ ในกระปุกขนาดเท่ากันทุกวัน สิ้นเดือนทุบกระปุกออกมา คุณจะบอกว่าคนที่หยอดเงินด้วยเหรียญบาทจะมีเงินกว่าใช่หรือไม่**
---------------------------------------------
เรื่องสุดท้าย ขอให้แยกกันให้ออกระหว่าง ที่ดิน สปก กับ ปิโตรเลียมที่อยู่ข้างใต้ ว่ากันไปด้วยเรื่องของกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้อง แต่ข่าวนี้เกี่ยวข้องแน่ ยังไงก็ขอให้โดนจับเข้าตารางเร็วๆ นะครับ เที่ยวให้ข้อมูลเท็จไปทั่วหน่ะ
** "กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) เข้าสอบสวนพยานเพิ่มเติม กรณี พันโทรัฐเขต แจ้งจำรัส กล่าวโทษร้องทุกข์บริษัท อีโค่ โอเรียนท์ รีซอสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ลักลอบดำเนินกิจการปิโตรเลียมโดยผิดกฎหมาย หลีกเลี่ยงค่าภาคหลวงหรือผลประโยชน์ตอบแทนพิเศษให้กับภาครัฐก่อให้เกิดความเสียหายและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง" http://on.fb.me/17JSql3
** พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกัน ระหว่างสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก) กับ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เรื่องการยินยอมให้ใช้ที่ดินเพื่อการนำทรัพยากรธรรมชาติไปใช้ประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน นำไปสู่แนวทางการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานราชการ เพื่อการพัฒนาประเทศ และประโยชน์ส่วนรวม http://on.fb.me/1wIPqeT

ที่มา ถ้าเจอเรื่องทหารบุกยึดบ่อน้ำมัน ว่ามันมั่วขนาดไหน

สุดท้าย เงิบ เพราะ



อีโค่ฯ โต้ข้อกล่าวหาลอบขุดน้ำมัน ยื่น คสช.สอบได้ พร้อมจ่อฟ้อง พ.ท.รัฐเขต

บริษัท อีโค่ โอเรียนท์ รีซอสเซส โชว์หลักฐานโต้ลักลอบขุดเจาะ ผลิตน้ำมัน ยันทำถูกต้องตามกฎหมาย 5 ปีที่ผ่านมาจ่ายผลตอบแทนให้รัฐเพียบ ทำหนังสือให้ “คสช.” ตั้งคณะทำงานเข้าตรวจสอบเพื่อแสดงความโปร่งใส พร้อมเตรียมฟ้องร้องคดีอาญาเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง “พ.ท.รัฐเขต แจ้งจำรัส” ผู้กล่าวเท็จแต่ยังไม่คิดฟ้องสื่อ
     
นางสาวมนสิชา การุณยฐิติ ผู้จัดการฝ่ายบริหารและรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท อีโค่ โอเรียนท์ รีซอสเซส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากกรณีที่ พ.ท.รัฐเขต แจ้งจำรัส ที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา ได้กล่าวหาบริษัทลักลอบดำเนินกิจการขุดเจาะ สำรวจ ผลิตน้ำมันดิบโดยผิดกฎหมายระหว่างปี 2551-2555 ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ถือเป็นข้อมูลที่เป็นเท็จโดยสิ้นเชิง ทำให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสาธารณชนและเสียหายต่อภาพลักษณ์บริษัทฯ ดังนั้นบริษัทฯ จึงได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมไปที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อให้เข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้โดยเร็ว อีกทั้งเตรียมจะส่งเรื่องให้สำนักงานทนายความดำเนินการฟ้องร้องคดีอาญาข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาและฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งแก่ พ.ท.รัฐเขต แจ้งจำรัส ภายในสัปดาห์หน้า
     
“บริษัทฯ มีความจริงใจ จึงขอให้ คสช.ตั้งคณะทำงานเข้ามาตรวจสอบได้เลยเพราะคิดว่าน่าจะโปร่งใสที่สุด และจะยื่นฟ้องผู้ที่ดำเนินการกล่าวเท็จเป็นหลัก ส่วนกรณีโทรทัศน์ช่อง7 รวมถึง TNN เป็นเพราะได้รับข้อมูลเพียงด้านเดียวเราเองก็จะได้ชี้แจง ซึ่งเราเองยังไม่คิดที่จะฟ้องสื่อดังกล่าว” น.ส.มนสิชากล่าว
     
ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอชี้แจงข้อกล่าวหาทั้งหมด 3 ส่วน ได้แก่ 1. บริษัทฯ ลักลอบการขุดเจาะ สำรวจ และผลิตน้ำมันดิบ ซึ่งขอปฏิเสธข้อกล่าวหายืนยันว่าได้ทำตามขั้นตอนกฎหมายทั้งกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน ตามที่ได้รับสัมปทานปิโตรเลียมเลขที่ 3/2546/60 แปลงสำรวจบนบกหมายเลข L44/43 และสัมปทานเลขที่ 5/2546/62 แปลงสำรวจปิโตรเลียมบนบกหมายเลข L33/43 จากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน ตั้งแต่ปี 2546 โดยมีพื้นที่สำรวจและผลิตปิโตรเลียมครอบคลุมพื้นที่ในเขตอำเภอวิเชียรบุรี และอำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ และได้รับการอนุญาตกำหนดให้เป็นพื้นที่ผลิต จากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน ในปี 2552
     
“น้ำมันดิบที่ผลิตขึ้นมาได้ บริษัทฯ จะต้องทำการตกลงซื้อขายกับคู่ค้า ซึ่งในที่นี้คือบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ ปตท.ได้กำหนดให้นำไปส่งที่โรงกลั่นน้ำมันบางจากซึ่งบริษัทฯ ไม่สามารถจะไปขายกับโรงกลั่นอื่นได้เลยเพราะโรงกลั่นทุกโรงจะถูกควบคุมปริมาณการกลั่น โดยกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน และกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง” น.ส.มนสิชากล่าว
     
ส่วนของการผลิตน้ำมันดิบในพื้นที่ ส.ป.ก.นั้น นางสาวมนสิชากล่าวว่า ในอดีตเคยมีการผลิตจริง แต่เป็นการผลิตโดยเปิดเผย ไม่ได้ลักลอบผลิต เนื่องจากบริษัทฯ ได้รับสัมปทานผลิตปิโตรเลียม และขออนุญาตทั้งการขุดเจาะสำรวจ และขออนุญาตผลิตปิโตรเลียม จากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน พร้อมทั้งได้ทำหนังสือขอความยินยอมให้เข้าใช้ที่ดินเพื่อการนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ จากสำนักงานปฏิรูปที่ดิน จังหวัดเพชรบูรณ์ แล้ว เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2553 และหนังสือคำขอในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2553
     
อย่างไรก็ตาม ในปี 2555 ทางสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดเพชรบูรณ์ได้มีคำสั่งให้บริษัทฯ หยุดผลิตปิโตรเลียมบนที่ดินดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2555 ด้วยเหตุที่การให้ความยินยอมที่ผ่านมานั้นให้เฉพาะแก่การสำรวจปิโตรเลียมเท่านั้น ซึ่งบริษัทฯ ก็ได้หยุดการผลิตน้ำมันตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2555 เป็นต้นมา ถึงแม้ว่าบริษัทฯ จะเข้าใจดีว่า ส.ป.ก.ไม่ใช่หน่วยงานที่มีอำนาจ อนุญาตให้ผลิตน้ำมัน หรือสั่งให้หยุดการผลิตน้ำมันได้ แต่เป็นอำนาจของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ยื่นขอทุเลาคำสั่ง และยื่นคำขอรับความยินยอมในการใช้พื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อการนำทรัพยากรปิโตรเลียมในที่ดินเข้าสู่กระบวนการผลิตปิโตรเลียมสำหรับ 5 พื้นที่ฐานเสร็จสมบูรณ์ โดยขั้นตอนอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณา สำหรับอีก 1 พื้นที่ฐานบนแปลง L44-V นั้น บริษัทฯ ยังคงดำเนินการผลิตปิโตรเลียมต่อไป เนื่องจากไม่ได้อยู่เขต ส.ป.ก.
     
สำหรับข้อกล่าวหาที่ว่าบริษัทฯ หลีกเลี่ยงไม่จ่ายค่าภาคหลวงมานาน 5 ปี จนทำให้รัฐสูญเสียรายได้มหาศาลนั้น บริษัทฯ ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เนื่องจากตั้งแต่ปี 2550 ถึงปัจจุบันบริษัทฯ ได้เสียค่าภาคหลวงให้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติไปแล้วกว่า 1,400 ล้านบาท โดยชำระในอัตราแบบขั้นบันไดตามระดับการผลิตในอัตราร้อยละ 5-15 ของมูลค่าปิโตรเลียมที่ขาย ขณะเดียวกันบริษัทฯ ยังได้จ่ายเงินผลประโยชน์ตอบแทนพิเศษให้แก่รัฐอีกกว่า 2,500 ล้านบาท ซึ่งคำนวณจากอัตราจัดเก็บ 0-75% ของกำไรปิโตรเลียมรายปี ซึ่งบริษัทฯ เคยจ่ายในอัตราที่สูงถึง 42% นอกจากนั้น บริษัทฯ ยังต้องนำเสียภาษีปิโตรเลียม ในอัตราร้อยละ 50 จากกำไรสุทธิ ให้แก่กรมสรรพากร โดยบริษัทฯ ได้จ่ายไปแล้วกว่า 3,400 ล้านบาทเช่นกัน ซึ่งหากรวมผลตอบแทนทั้งหมดที่บริษัทฯ ได้จ่ายให้แก่รัฐ มีจำนวนสูงถึง 7,300 ล้านบาท โดยบริษัทฯ ไม่มีการปิดบังข้อมูลใดๆ ในการผลิตปิโตรเลียมและขายปิโตรเลียม และสามารถร้องขอข้อมูลการชำระค่าภาคหลวง และคำอธิบายทั้งหมดจากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน ได้ตามขั้นตอน ดังนั้นข้อกล่าวหาที่ว่าบริษัทฯ ไม่จ่ายภาษี และค่าภาคหลวงมากว่า 5 ปี นั้นเป็นความเท็จโดยสิ้นเชิง

ที่มา อีโค่ฯ โต้ข้อกล่าวหาลอบขุดน้ำมัน ยื่น คสช.สอบได้ พร้อมจ่อฟ้อง พ.ท.รัฐเขต

ความจริงอีกด้านแหล่งน้ำมันกำแพงแสนนครปฐม



แหล่งน้ำมันกำแพงแสนนครปฐม ที่แห่งนี้ ผลิตน้ำมันดิบ ได้แค่ประมาณวันละ 943 บาร์เรลต่อวัน(143,892 ลิตร) แต่ประเทศไทยเรามีความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศ เฉลี่ยวันละ 144.2 ล้านลิตร (906,827 บาร์เรล/วัน)

ช่วยกันแชร์ ช่วยกันบอกต่อ อย่าให้ผู้ไม่หวังดีบิดเบือนข้อมูล

คราวนี้เป็นคนแก่ๆ คราวลุง เรียกว่า มนุษย์ลุงแล้วกัน อยู่แก็งค์เดียวกันกับมนุษญ์ป้าอีกแล้ว คราวนี้ไม่ใช่ พท.กลั่นน้ำมันดิบโชว์ แต่เป็น ผอกอ. ที่เป็นที่ปรึกษาคณะอนุบาล? มีพลตะหานคู่ใจ ชอบไปถ่ายคลิปตามสถานีผลิตน้ำมันดิบ

แล้วถามชาวบ้าน ถามยาม ถามคนขับรถบริษัท ว่า มีรถขนน้ำมันดิบผ่านเข้าๆออกๆกี่คัน แถมกระแนะกระแหนว่า นี่บ้านเจ้าของที่น้ำมันนะ ดูสภาพ! ยังเก็บขยะขาย ว่าไปแล้ว ช่างดูน่ารันทดตามจริงๆ แต่ว่า พื้นที่ไหนที่มีพื้นที่ผลิตปิโตรเลียม จะมีการจัดสรรค่าภาคหลวงให้ อบต. พื้นที่นั้นเป็นพิเศษ ส่วน อบต. อบต. อื่น ก็ได้เช่นกัน ทั่วประเทศแบ่งๆกันไป การจัดสรรการใช้ประโยชน์ของเงินชาวบ้านควรไปร้องทุกข์ กับ อบต. อบจ.มั้ยว่า เงินที่ส่วนกลางจ่ายลงมา มันอยู่ไหน หรือ จัดสรรยังไง ให้คนในพื้นที่!!

ว่าแต่ อบต. อบจ. เค้าประกาศให้ชาวบ้านทราบมั้ยครัชว่า เค้าได้งบอะไรมาบ้าง เงินอะไรมาจากไหนบ้าง? ปีนึงได้กี่บาท? แล้วใครเป็นคนเลือก อบต. อบจ. คุณ?

ส่วนอีต้นตอก็มาจากคลิปที่ว่า วนเวียนในยูทูป เกือบปี มี 6 ตอน ตอนละนิดตอนละหน่อย พาไปดูสถานีผลิตน้ำมันดิบในกำแพงแสน นครปฐม ดูๆ แล้ว คู่หูดูโอ้ พยายามบอกว่า นี้มีรถขนน้ำมันดิบเข้าๆ ออกๆ แต่ละสถานี วันละหลายสิบเที่ยวนะเทอว์ บ้านเรามีน้ำมันมหาศาล สถานีนี้ รถ 18 ล้อ เข้าๆออกๆ วันละ10 เที่ยว ๆละ 30,000 กว่าลิตร มันต้อง ได้วันละ 300,000 ลิตร นะพี่น้อง (ไปหาคลิปฟังเองนะ ตัวเลขคร่าวๆ มีหลายตอนแต่ละตอนบอกตัวเลขก็ไม่เท่ากัน บางที่ฟาดไป 50 เที่ยวไม่รู้เที่ยวของอะไร?)

แต่ที่แน่ๆ ข้อมูลการผลิตจริงของแหล่งในกำแพงแสนที่ สองคู่ดูโอ้ ใช้เป็นโลเคชั่นนั้น แถวนั้นมีพื้นที่ผลิต แหล่ง กำแพงแสน อู่ทอง สังฆจาย สาม แหล่ง เบ็ดเสร็จรวม ผลิตน้ำมันดิบได้เฉลี่ยวันละ ประมาณ 300 บาร์เรล + -x/ แปลงหน่วยทำเป็น ลิตร 300*158.99 = 47,697 ลิตร อีกแหล่ง คือ L53 มีฐาน A B C D บลาๆๆ ในคลิปบอก นี้มันมีหลายบ่อนะเฮ้ย ไม่ไปตามหา A-Z กันเลยล่ะลุง ไหนๆ ก็ลงพื้นที่แล้ว ที่นี้ ผลิตน้ำมันดิบได้ประมาณวันละ 900 บาร์เรลต่อวัน(143,892ลิตร)

แต่เดี๋ยวก่อน กรมธุรกิจพลังงานจากเดือนเมษายน 57 รายงานว่า ความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศ มีปริมาณรวมทั้งสิ้น 4,325 ล้านลิตร เฉลี่ยวันละ 144.2 ล้านลิตร หรือ 906,827 บาร์เรล/วัน โดยกลุ่มน้ำมันดีเซล ก๊าซปิโตรเลียมเหลว กลุ่มเบนซิน น้ำมันเครื่องบิน น้ำมันเตา น้ำมันก๊าซฯลฯ ที่มันกลั่นออกมาแล้วเนี่ยะ มันจะเอามากลั่นได้ ดีเซล เบนซินกี่ลิตรเชียว? แล้วปริมาณการผลิตน้ำมันดิบทั้งประเทศยังห่างไกล ที่จะกลั่นออกมาให้ได้มากโข !!

และ ที่สำคัญ รถขนน้ำมันดิบ และ รถขนน้ำจากการขุดเจาะ ในบริเวณที่ว่า ดันสีเดียวกันซะด้วยซิแจ้ แถมน้ำที่ผลิตได้ มันเยอะกว่าน้ำมันดิบ หลายเท่าตัว อู่ทอง กำแพงแสน สังฆจาย รวมประมาณ 1500-2000 บาร์เรล ต่อวัน ใน L53 ประมาณ 3,000 บาร์เรลต่อวัน รวมเกือบๆ 800,000 ลิตร รถมันไม่เยอะได้อย่างไร ข่าวว่ารถบรรทุกคันหนึ่งบรรจุ 200 บาร์เรล หรือ สามหมื่นกว่าลิตร!! คำนวณเล่นเอาว่าใช้รถกี่คัน!! ทางภาครัฐจะป้องกันการสับสนว่า รถขนน้ำ หรือรถขนน้ำมันดิบกันแน่ เดี๋ยวนี้บริษัท ทาสีรถ แยกให้ชัดเจน ที่นี้ คู่หูฯ จะลงไปตั้งเต้นท์หน้าปากหลุมนับอีกก็เชิญครัช

อ่อ ส่วนป้ายประกาศ ที่ติดว่าห้ามเข้า อย่าไปฝ่าฝืนเค้านะครัช เดี๋ยวเกิดท่อตกใส่หัวขึ้นมา หรือได้รับอุบัติเหตุ เค้าไม่รับผิดชอบ สุ่มสี่สุ่มห้า เข้าไปเองนะเทอว์ แต่ในความมึนๆมั่วๆ นับรถคูณปริมาณแล้วได้น้ำมันดิบเท่าไหร่และคาดเดาว่าทั้งประเทศมันมีมหาศาล ในคลิป บางตอน บอกว่า ธรรมชาติมาก มีนก มีต้นพริก ฯลฯ ใกล้สถานีผลิต แสดงว่า การผลิตปิโตรเลียม ไม่ได้ทำลายสิ่งแวดล้อม และชาวบ้าน ที่ถูกสัมภาษณ์ บอกว่าไม่มีปัญหาหรือได้รับความเดือดร้อน แถมเราสงส๊านสงสาร

คลิปที่ 3 ถ้าจำไม่ผิด มีผู้ชายคนนึง ไม่รู้ถูกบังคับขู่เข็ญ หรือเต็มใจออกสื่อหรือไม่ ลุงไปกอดคอเค้าซะขนาดนั้น ลากไปลากมา พยายามเหลือเกิน! ก็เข้าใจว่าชาวบ้านเค้ามีน้ำใจพามาดูสถานีผลิต แต่ดั้นถูกคู่หูดูโอ้ใช้เป็นเครื่องมือหรือเปล่า? แทบไม่ได้ยินคำพูดออกจากปากเค้าเลย สรุปแล้วที่ คู่หูดูโอ้ ไปเดินถ่ายคลิป นับรถคูณจำนวน คุยกันเอง เอ่อ กันเอง แล้วบอกว่า บ้านเรามีน้ำมันมหาศาล มันคืออะไร? หรือจะเป็น น้ำ(H2O) หรือมาจากน้ำลาย ก็เป็น ได้ คลิปนี้ดูแล้วเอามาเล่าสู่กันฟัง

ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรลองไปแคะแกะเกาดูนะ กรมธุรกิจพลังงาน รายงานสถิติความต้องการใช้เชื้อเพลิงภายในประเทศ Www.doeb.go.th กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน รายงาน ปริมาณการผลิตปิโตรเลียม รายเดือนจากทุกแหล่ง Www.dmf.go.th


หรือไม่เชื่อ ชมคลิปก็ได้