Showing posts with label คปพ.. Show all posts
Showing posts with label คปพ.. Show all posts

อธิปไตยและอิสรภาพทางพลังงาน(2)

ในโพสต์ที่แล้วผมได้วิเคราะห์ถึงคำแถลงคัดค้านของ คปพ.ที่มีต่อร่างแก้ไขพรบ.ปิโตรเลียมฯของกระทรวงพลังงานว่ามีเนื้อหาเน้นหนักอยู่ในสองประเด็นหลัก คือ เรื่องสิทธิในการบริหารจัดการปิโตรเลียมที่ค้นพบและผลิตได้ในประเทศ และเรื่องการจัดตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติ



เรามาลงในรายละเอียดกันสักหน่อยว่าการได้สิทธิ์ไนการบริหารจัดการปิโตรเลียมเองนั้นจะทำให้เรามีอธิปไตยและอิสรภาพทางพลังงานมากขึ้นหรืออย่างไร

ถ้าพรบ.ปิโตรเลียมบัญญัติไว้อย่างที่คปพ,ต้องการ คือปิดทางเลือกที่รัฐจะมอบให้ผู้ประกอบการสามารถนำเอาปิโตรเลียมที่ค้นพบและผลิตได้ไปขายและแบ่งผลประโยชน์ให้แก่รัฐตามสัญญาในรูปของตัวเงิน รัฐก็จะต้องรับส่วนแบ่งเป็นผลิตภัณฑ์เท่านั้น (ซึ่งร่างพรบ.ที่กระทรวงเสนอ รัฐจะรับส่วนแบ่งเป็นผลิตภัณฑ์ก็ได้)

เมื่อรัฐรับมาเป็นผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ได้รายได้สูงสุดรัฐก็ต้องนำเอาผลิตภัณฑ์นั้นไปขายในราคาตลาดเพื่อให้ได้เป็นเงินมาเป็นรายได้แผ่นดิน หรือจะแบ่งส่วนหนึ่งเป็นกองทุนเอาไว้อุดหนุนราคาน้ำมัน หรือเอาไว้ใช้จ่ายในโครงการสวัสดิการสังคมต่างๆอย่างที่คปพ.ตั้งเป้าหมายเอาไว้ (จริงๆแล้วมันก็คือเงินก้อนดียวกันกับรายได้จากค่าภาคหลวงและภาษีปิโตรเลียมในปัจจุบันนั่นแหละ เพียงแต่ปัจจุบันเขาเอาเข้าหลวงทั้งหมด แต่ตามพรบ.ปิโตรเลียมของคปพ.จะแบ่งเอาไปตั้งกองทุนเพื่อบริหารเองแบบสสส.)

ถามว่ารัฐจะเอาปิโตรเลียมที่เป็นน้ำมันหรือก๊าซไปกลั่นเองหรือแยกก๊าซเองแล้วนำออกขายให้ประชาชนในราคาถูกๆได้หรือไม่ คำตอบคือทำได้ครับ แต่จะมีความยุ่งยากในการบริหารจัดการเป็นอย่างมาก

ข้อสำคัญปริมาณปิโตรเลียมที่รัฐได้มาก็ไม่เพียงพอที่จะใช้บริโภคภายในประเทศ ต้องนำเข้าอีกมากทั้งก๊าซและน้ำมัน ดังนั้นในทางปฏิบัติจึงไม่มีใครทำกัน แม้แต่ประเทศที่ร่ำรวยจากการส่งออกน้ำมันอย่างในตะวันออกกลาง หรือมาเลเซีย เขาก็เลือกที่จะเอาปิโตรเลียมที่ได้มาไปขายในราคาตลาด แล้วเอาเงินรายได้จากการขายปิโตรเลียมมาอุดหนุนราคาพลังงานในประเทศ หรือไม่เก็บภาษีจากน้ำมัน จึงทำให้ประเทศเหล่านี้จำหน่ายน้ำมันให้ประชาชนได้ในราคาถูก อย่างที่มีผู้ชอบนำมาอ้างอิงกัน

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะรับมาเป็นผลิตภัณฑ์แล้วเอามาบริหารจัดการเอง หรือมอบหมายให้ผู้ประกอบการคู่สัญญาไปบริหารจัดการแทน เป้าหมายสุดท้ายก็เหมือนกันคือ ต้องการให้ได้ตัวเงินที่เป็นรายได้ของประเทศสูงที่สุดด้วยค่าใช้จ่ายที่ต่ำที่สุด รั่วไหลน้อยที่สุด โปร่งใสและตรวจสอบได้ ซึ่งทั้งหมดนี้คือเรื่องของประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทั้งสิ้น (Management Efficiency) ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับอธิปไตยหรืออิสรภาพทางพลังงานแม้แต่น้อย เพราะรัฐยังมีอำนาจเต็มที่ที่จะสั่งการหรือให้ความเห็นชอบและตรวจสอบต่อการดำเนินการใดๆของผู้ประกอบการคู่สัญญา และสั่งระงับหรือปฏิเสธการดำเนินการใดๆที่ทำให้รัฐเสียผลประโยชน์ได้

ซึ่งในหลายๆประเทศที่ใช้ระบบแบ่งปันผลผลิตก็ใช้หลักการนี้คือไม่ได้รับส่วนแบ่งเป็นผลิตภัณฑ์แต่อย่างใด แต่ได้มอบหมายให้ผู้ประกอบการซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้ ความชำนาญ และมีความเป็นมืออาชีพมากกว่า เป็นผู้บริหารจัดการแทน อย่างเช่นประเทศเมียนมาร์ที่มีผู้ชอบยกตัวอย่างอยู่เสมอๆว่าได้เปลี่ยนจากระบบสัมปทานไปเป็นระบบแบ่งปันผลผลิตหมดแล้ว ก็ยังคงให้บริษัทปตท.สผ.ที่ไปลงทุนสำรวจและผลิตก๊าซธรรมชาติในเมียนมาร์เป็นผู้บริหารจัดการปิโตรเลียมที่ผลิตได้ โดยรัฐคอยรับส่วนแบ่งรายได้เป็นเงินเหมือนเดิม

อย่างนี้จะบอกว่ารัฐบาลเมียนมาร์สูญเสียอธิปไตยและอิสรภาพทางพลังงานให้ไทยใช่หรือไม่
นอกจากวาทกรรมเรื่องนี้ ล่าสุดกลุ่มคปพ.ยังได้มีความพยายามจะลากเอาการเมืองระหว่างประเทศเข้ามาพัวพันกับเรื่องร่างแก้ไข

พรบ.ปิโตรเลียมในครั้งนี้ โดยพยายามโยงว่าการแก้ไขร่าง
พรบ.ปิโตรเลียมครั้งนี้มีเบื้องหลังเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มทุนจากต่างประเทศ เหมือนกับการร่างพรบ.ปิโตรเลียมในปี 2514 ที่มี CIA อยู่เบื้องหลัง จึงเป็นการเขียนโดยฝรั่ง เพื่อฝรั่ง ฝรั่งร่าง ฝรั่งรวย

ฟังแล้วช่างเป็นวาทกรรมที่ดูถูกคนไทย เห็นคนไทยรุ่นพ่อรุ่นแม่ที่ทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองเป็นคนโง่เขลาเบาปัญญาเสียนี่กระไร !!!
มนูญ ศิริวรรณ
6 ก.ค. 59

ที่มา มนูญ ศิริวรรณ อธิปไตยและอิสรภาพทางพลังงาน(2)

อธิปไตยและอิสรภาพทางพลังงาน(1)

กลุ่มเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) ได้ออกมาแถลงคัดค้าน(อีกที) ต่อร่างแก้ไขพรบ.ปิโตรเลียมสองฉบับของกระทรวงพลังงานที่ได้ผ่านความเห็นชอบจากคระรัฐมนตรีและที่ประชุมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติในวาระที่หนึ่งไปเรียบร้อยแล้ว และกำลังอยู่ในระหว่างการเปิดให้มีการแปรญัตติของคณะกรรมาธิการวิสามัญก่อนนำเข้าสู่การพิจารณาในวาระที่สองต่อไป



เนื้อหาของการคัดค้านที่สำคัญก็คือ กลุ่มคปพ.เห็นว่าแม้ร่างแก้ไขพรบ.ดังกล่าวจะได้เพิ่มระบบแบ่งปันผลผลิต (PSC) และระบบจ้างผลิต (Service Contract-SC) ไว้ในร่างแก้ไขพรบ.แล้วก็ตาม แต่กฏหมายก็ยังเปิดช่องให้สิทธิในการบริหารและขายปิโตรเลียมยังคงตกอยู่ในมือเอกชนเช่นเดิม โดยรัฐทำหน้าที่รอรับผลประโยชน์จากรายได้ที่เอกชนขายปิโตรเลียมได้ตามส่วนแบ่งที่ตกลงกัน

ซึ่งตรงนี้ทางฝ่ายคปพ.เห็นว่าร่างพรบ,ฉบับนี้ยังไม่สามารถนำอธิปไตยและอิสรภาพทางพลังงานกลับคืนมาให้ประเทศชาติอย่างแท้จริง

ในความคิดของกลุ่มคปพ. เพื่อให้เรามีอธิปไตยและอิสรภาพทางพลังงานดังกล่าวอย่างแท้จริง รัฐจะต้องเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในการบริหารและขายปิโตรเลียมเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระบบจ้างผลิตนั้นรัฐจะต้องดำเนินการเองทั้งหมด100% โดยเอกชนจะรับแต่เพียงค่าจ้างผลิตเท่านั้น

เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว คปพ.จึงเห็นว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจัดตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติขึ้นเพื่อบริหารจัดการในเรื่องนี้ ดังนั้นการที่ร่างแก้ไขพรบ.ปิโตรเลียมฯไม่บัญญัติเรื่องการจัดตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติขึ้นตามที่คปพ.เรียกร้อง จึงเท่ากับเป็นการยกอธิปไตยในการขายปิโตรเลียมที่ผลิตได้ให้กับเอกชน

จะเห็นได้ว่าเนื้อหาสำคัญๆที่กลุ่มคปพ.คัดค้านร่างแก้ไข พรบ.ปิโตรเลียมของกระทรวงพลังงานที่กำลังพิจารณากันอยู่ในสภาฯมีอยู่เพียงสองเรื่องใหญ่ๆเท่านั้น คือ เรื่องการบริหารจัดการปิโตรเลียมที่รัฐต้องเป็นคนบริหารจัดการเองโดยถือเป็นเรื่องอธิปไตยทางพลังงาน และเรื่องการจัดตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติเพื่อรองรับการบริหารจัดการนั้น

สำหรับเรื่องแรก ผมอยากตั้งข้อสังเกตว่า ถ้ารัฐไม่ได้บริหารจัดการปิโตรเลียมที่ได้มาด้วยตนเอง จะถือว่าเราไม่มีอธิปไตยและอิสรภาพทางพลังงานจริงหรือเปล่า หรือเป็นแค่วาทกรรมปลุกเร้าความรู้สึกชาตินิยมให้คุกรุ่นขึ้นมาเท่านั้น

การบริหารจัดการปิโตรเลียมที่ผลิตได้ในประเทศนั้นมีหลายรูปแบบและหลายวิธี ไม่จำเป็นว่ารัฐจะต้องเป็นผู้บริหารจัดการเองเสมอไป แต่หลักการสำคัญคือต้องเน้นหลักความเป็นมืออาชีพ มีประสิทธิภาพ ได้ประโยชน์สูงสุด และโปร่งใสตรวจสอบได้

ซึ่งถ้าเอาเงื่อนไขเหล่านี้เข้าจับแล้วลองพิจารณาดู ก็จะเห็นว่าการให้รัฐบริหารจัดการเองทั้งหมด หรือ ให้เอกชนบริหารจัดการโดยมีรัฐเข้าร่วมตรวจสอบ แบบไหนจะมีประสิทธิภาพดีกว่ากัน

ส่วนในเรื่องบรรษัทพลังงานแห่งชาตินั้นก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบการจัดตั้งครับ ว่าจะจัดตั้งขึ้นเป็นแบบใด
ถ้าจัดตั้งขึ้นมาเป็นองค์กรที่รับมอบทรัพย์สินในแปลงสัมปทานที่จะหมดอายุ แล้วเข้าร่วมทุนกับผู้ประกอบการรายใหม่หรือรายเดิมก็แล้วแต่ หรือจะเข้าร่วมประมูลในแปลงปิโตรลียมที่จะเปิดสำรวจใหม่ก็คงไม่มีปัญหา

แต่ถ้าจะตั้งเป็นบรรษัทพลังงานแห่งชาติตามรูปแบบที่คปพ.เสนอให้กินรวบเบ็ดเสร็จเป็นทั้ง regulator และ operator แถมยังมีอำนาจสารพัด ผมคงรับไม่ได้

กลัวจะเป็นยักษ์ในตะเกียงวิเศษตัวใหม่ครับ !!!

มนูญ ศิริวรรณ
30 มิ.ย. 59

ที่มา มนูญ ศิริวรรณ อธิปไตยและอิสรภาพทางพลังงาน(1)

บริษัทนํ้ามันแห่งชาติ (ตอน3) ประเทศอื่นเขาลดเลิก บรรษัทพลังงานแห่งชาติกันแล้ว

บรรษัทพลังงานแห่งชาติ : การพาประเทศถอยหลังลงเหว
ตอนที่ 3 .. ประเทศอื่นเขาลด หรือ เลิก บรรษัทพลังงานแห่งชาติกันแล้ว



ปกติเวลาเราซื้อสินค้า หรือ บริการอะไร ... ถ้าสินค้าหรือบริการนั้น มันดี เราชอบ ถูกใจ... เราก้อจะซื้อสินค้าหรือบริการนั้นต่อๆไปใช่ไหมครับ...
.
แล้วถ้าสินค้าหรือบริการนั้น มันไม่ดี มันห่วย เราไม่ชอบ ไม่ถุกใจ ... เราก้อจะ ลด หรือ เลิก.... การซื้อสินค้าหรือบริการอันนั้น..ใช่ไหมครับ
.
ที่ผมจะบอกก้อคือว่า .....
ประเทศเยอะมากๆ ที่เขาลด หรือ เลิก "บรรษัทพลังงานแห่งชาติ" กันแล้วนะครับ !!!!!
.
สาเหตุที่เขาลด หรือ เลิก .... ก้อมาจากความไร้ประสิทธิภาพ กินจุ พุงโต .... แถมคอรัปชั่น โกงกินกันมโหฬารนั่นแหละครับ ...
.
ลองมาดูกันนะครับ ... ว่าประเทศไหนที่เขาลด หรือ เลิก "บรรษัทพลังงานแห่งชาติ" ....
.
1. ซาอุดิอารเบีย ... ประเทศที่มีปริมาณนํ้ามันเกือบจะมากที่สุดในโลก
.
ประกาศจะขายหุ้น Saudi Aramco บริษัทนํ้ามันแห่งชาติของซาอุดิอารเบีย มูลค่า 2 ล้านล้านดอลล่าสหรัฐ...เป็นการทั่วไปเป็นครั้งแรก ....ลดความเป็นเจ้าของของรัฐลง.... เข้าตลาดหุ้นนิวยอร์ค ลอนดอน
http://www.newshub.asia/…/saudi-plans-selling-state-oil-com…
.
2. รัสเซีย ... ประเทศที่มีก๊าซมหาศาลของโลก
.
รัสเซียขายหุ้นใน Rosneft บริษัทนํ้ามันแห่งชาติของรัสเซีย เป็นการทั่วไปเป็นครั้งแรก...ตั้งแต่ปี 2006 ... เข้าตลาดหุ้นครับ แล้วก้อจะขายหุ้นเพิ่มอีก เพื่อลดความเป็นเจ้าของของรัฐลงอีก
http://www.themoscowtimes.com/article/512082.html
.
3. จีน ... ประเทศที่บุกสํารวจ ซื้อแหล่งพลังงานทั่วโลก
.
ขาย Sinopec เข้าตลาดหุ้นฮ่องกง ... ลดความเป็นเจ้าของของรัฐลง
http://www.scmp.com/…/sinopec-plans-us15b-listing-oilfield-…
.
China National Petroleum Corp.(CNPC)ของทางการจีน .-ขายหุ้นเข้าตลาดหุ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดความเป็นเจ้าของของรัฐลง
http://www.bloomberg.com/…/china-s-cnpc-considering-oilfiel…
.
4. ไนจีเรีย ... ประเทศที่มีปริมาณสํารองนํ้ามันระดับtop10ของโลก
.
หลังจากมีการทุจริค คอรับชั่นในบริษัทนํ้ามันแห่งชาติมโหฬาร .. ไนจีเรียได้เดินหน้าปฎิรูป ลดความเป็นเจ้าของของรัฐลง เพิ่ิมประสิทธิภาพ .... ไนจีเรียจะขายหุ้นบริษัทนํ้ามันแห่งชาติ..เข้าตลาดหุ้น ในปี 2018
http://www.egyptoil-gas.com/…/nigerian-state-oil-company-t…/
5. บราซิล ... ที่มีการคอรับชั่นไปกว่า 7หมื่นล้านในบริษัทนํ้ามันแห่งชาติ Petrobras .... ประกาศขายหุ้น 79 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐในบริษัทนํ้ามันแห่งชาติ Petrobras ...... ลดความเป็นเจ้าของของรัฐลง
http://www.scotsman.com/…/petrobras-eyes-79bn-ipo-as-brazil…
.
6. ยูเครน ... ประกาศขายหุ้นNaftogaz บริษัทนํ้ามันและแก๊ซแห่งชาติของยูเครน เข้าตลาดหุ้น ลดความเป็นเจ้าของของรัฐลง
http://www.prnewswire.com/…/ukraines-state-oil--gas-monopol…
.
.
<<<< ในขณะที่ประเทศที่เขาเคยใช้... เขาลด หรือ เลิก "บรรษัทพลังงานแห่งชาติ"กันแล้ว >>>>
.
แต่ กลุ่ม "เครือข่ายประชาชนปฎิรูปพลังงานไทย (คปพ.) กลับเสนอให้ตั้ง "บรรษัทพลังงานแห่งชาติ" .....
.
กินยาผิดป่ะครับ ...เห็นแล้วอนาถจิตแทนประเทศไทยจริงๆ !!!!
.
สิ่งที่คปพ.เสนอไม่ใช่แค่ถอยหลังเข้าคลองนะครับ..
.
มันคือการพาประเทศถอยหลังลงเหวครับ !!!!

ที่มา  วิโรจน์ พิริยะธรรมวงศ์ บริษัทนํ้ามันแห่งชาติ (ตอน3) ประเทศอื่นเขาลดเลิก บรรษัทพลังงานแห่งชาติกันแล้ว

บริษัทนํ้ามันแห่งชาติ (ตอน2) เปิดโอกาสให้เกิดการทุจริตครั้งมโหฬาร

บรรษัทพลังงานแห่งชาติ : การพาประเทศถอยหลังลงเหว
ตอนที่ 2...การทุจริตคอรัปชั่น - ไม่โปร่งใส ตรวจสอบยาก -การเปิดทางให้นักการเมืองเข้ามายุ่มย่าม
.


เห็น กลุ่ม "เครือข่ายประชาชนปฎิรูปพลังงานไทย (คปพ.) เสนอให้ตั้ง "บรรษัทพลังงานแห่งชาติ" หรือ บริษัทนํ้ามันแห่งชาติ หรือ ชื่ออื่นๆทํานองนี้ ( แต่ไส้ในเหมือนเดิม 555) ..แล้วอนาถจิตแทนประเทศไทยจริงๆ.
.
สิ่งที่คปพ.เสนอไม่ใช่แค่ถอยหลังเข้าคลองนะครับ..
.
มันคือการพาประเทศถอยหลังลงเหวครับ !!!!
.

ทําไมผมถึงพูดแบบนั้น บอกแบบนั้น่ะเหรอครับ ...
คือมันมีรายงานการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย ..มาแล้วครับ ว่า ...
.
2. บริษัทนํ้ามันแห่งชาติ (National Oil Company = NOC) .. มันเปิดโอกาสให้เกิดการทุจริตครั้งมโหฬารครับ..
.
PricewaterhouseCooper ในปี 1998 ได้ตรวจสอบและรายงานว่า Pertamina บริษัทนํ้ามันแห่งชาติของอินโดนีเซีย ได้สูญเสียเงินไปกับการทุจริตของนักการเมืองอินโดนีเซีย 6.1 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทยราว 210,000 ล้านบาท (Linde, 2000)
.
ในมาเลเซีย ได้มีการตั้งข้อหานายกรัฐมนตรีว่าใช้ Petronas บริษัทนํ้ามันแห่งชาติของมาเลเซีย ให้ช่วยเหลือ shipping companyของลูกชาย (Mehden & Tronner, 2007, หน้า13)
.
บราซิล สูญ 7 หมื่นล้าน จากคอร์รัปชั่นครั้งใหญ่..
http://www.nationmobi.com/2010/news_detailforeign_video.php?item_id=378453219
.
ในประเทศไนจีเรีย ... Ngozi Okonjo-Iweala รัฐมนตรีคลังของไนจีเรีย ได้ระบุว่า ... นํ้ามันของบริษัทนํ้ามันแห่งชาติไนจีเรียถูกขโมยไป 400,000 บาร์เรล/วัน.....Oby Ezekwesili จากWorld Bank ระบุว่า รายได้ของบริษัทนั้ามันแห่งชาติไนจีเรียถูกขโมยไป 400 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือ 400,000ล้านดอลล่าร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทยราว 14 ล้านล้านบาท ..นับแต่ประเทศได้รับอิสระภาพในปี 1960 !!!!!
http://www.businessinsider.com/the-scope-of-corruption-in-nigerian-oil-is-truly-horrifying-2012-10
.
ในจีน .... เกิดการทุจริตคอรัปชั่นในบริษัทนํ้ามันแห่งชาติของจีน... จนนําไปสู่การจับกุม ส่งศาลตัดสินจําคุก 16 ปี 20 ปี ผู้นําในพรรคคอมมิวนิสต์จีนหลายคน
http://www.ft.com/cms/s/0/d105d696-70c8-11e5-9b9e-690fdae72044.html#axzz4Cweu7Bdz
.
.
*** หน้าที่ของบรรษัทพลังงานแห่งชาติที่คปพ.เสนอ ... มันอนุมัติเอง ชงเอง กินเองหมด...*** ขาดการตรวจสอบ-ถ่วงดุล... เทียบกับที่ปัจจุบัน มีการแบ่งแยกหน้าที่ ตรวจสอบ ถ่วงดุลกัน..****
.
**** ที่ตลกร้ายมากกว่านั้นมากๆคือ โครงสร้างกรรมการบรรษัทพลังงานแห่งชาติ ที่คปพ.เสนอ ..... ผมเห็นหน้าแกนนําคปพ.ลอยมาหลายคนเลยครับ(น่าจะเกินครึ่งของกรรมการ) .......นี่เปนสิ่งที่บอกว่า...
.
ไอ้ที่เรียกร้องนู่น นี่นั่น สุดท้ายก้อคือทําเพื่อตัวเอง....เพื่อให้ตัวเองมีอํานาจ มีเก้าอี้นั่ง เลิกแอบอ้างประชาชนได้แล้วครับ..
.
.
ผมคนนึงละที่เกลียดการทุจริต คอรัปชัน

ผมคนนึงละที่ไม่เอา บรรษัทพลังงานแห่งชาติ" หรือ บริษัทนํ้ามันแห่งชาติที่คปพ.เสนอ ........ บอกเลย !!!!

ที่มา  วิโรจน์ พิริยะธรรมวงศ์ บริษัทนํ้ามันแห่งชาติ (ตอน2) เปิดโอกาสให้เกิดการทุจริตครั้งมโหฬาร

บริษัทนํ้ามันแห่งชาติ (ตอน1) คนเยอะเส้นใหญ่ไร้ประสิทธิภาพ

บรรษัทพลังงานแห่งชาติ : การพาประเทศถอยหลังลงเหว 


ตอนที่ 1 - จมปลักกับความไร้ประสิทธิภาพ
.
.
เห็น กลุ่ม "เครือข่ายประชาชนปฎิรูปพลังงานไทย (คปพ.) เสนอให้ตั้ง "บรรษัทพลังงานแห่งชาติ" หรือ บริษัทนํ้ามันแห่งชาติ หรือ ชื่ออื่นๆทํานองนี้ ( แต่ไส้ในเหมือนเดิม 555) ..แล้วอนาถจิตแทนประเทศไทยจริงๆ. 
.
สิ่งที่คปพ.เสนอไม่ใช่แค่ถอยหลังเข้าคลองนะครับ...
. 
มันคือการพาประเทศถอยหลังลงเหวครับ !!!!
.

ทําไมผมถึงพูดแบบนั้น บอกแบบนั้น่ะเหรอครับ ...
คือมันมีรายงานการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย ..มาแล้วครับ ว่า ....
.
1. บริษัทนํ้ามันแห่งชาติ (National Oil Company = NOC) .. มันไร้ประสิทธิภาพครับ..
.
Al-Obaidan และ Scully (1991) ได้ศึกษาเปรียบเทียบ ประสิทธิภาพของ 44 บริษัทพลังานที่ไม่ใช่NOC เทียบกับ NOC.ในปี1980 ..... พบว่า บริษัทพลังานที่ไม่ใช่NOC มีประสิทธิภาพสูงกว่า NOC ถึง 65%...
.
ยิ่งไปกว่านั้น Eller, Hartley และ Medlock III (2007)ได้ทําการศึกษาวิเคราะประสิทธิภาพของบริษัทนั้ามันระดับ top100 ระหว่างปี 2002-2004 ...... ก็ยืนยันในทางเดียวกับการศึกษาของ Al-Obaidan และ Scully คือ major fivesบริษัทนํ้ามันที่ไม่ใช่บริษัทนํ้ามันแห่งชาติ (ExxonMobil, BP, Shell, Chevronและ ConocoPhillips) มีประสิทธิภาพสูงกว่า NOC 70 %...
.
การไร้ประสิทธิภาพของNOC นั้นเกิดจากปริมาณคนทํางานที่มากเกินจําเป็น หรือ "คนล้นงาน" นั่นเอง .... นอกจากปัญหาเรื่องปริมาณแล้ว .. คุณภาพคนก้อเป็นปัญหา ได้คนที่ความรู้ ความสามารถไม่ถึง ทําให้ไม่สามารถทํางานให้บรรลุภาระกิจขององค์กรที่ยาก ซับซ้อนได้ ..การรับคนเข้าทำงานก็มีเส้นสาย พรรคพวก ญาติพี่น้องของคนใหญ่ คนโตในนั้น คนของนักการเมือง พรรคการเมืองเข้ามา.
.
คุ้นๆไม๊ครับ... คล้ายกับสภาพของรัฐวิสาหกิจไทยที่รัฐเป็นเจ้าของ100% มากมายหลายแห่ง !!!!
ที่เจ๊งแล้ว เจ๊งอีก บริการห่วย... จนนายกตู่ต้องตั้งซุปเปอร์บอร์ดเพื่อมาแก้ปัญหาลูกๆรัฐวิสาหกิจของรัฐที่กินจุ พุงโต บริการห่วย เจ๊งแล้วเจ๊งอีกเหล่านี้.....
.
ผมคนนึงละที่ไม่เอา บรรษัทพลังงานแห่งชาติ" หรือ บริษัทนํ้ามันแห่งชาติที่คปพ.เสนอ ........ บอกเลย !!!!

ที่มา วิโรจน์ พิริยะธรรมวงศ์ บริษัทนํ้ามันแห่งชาติคนเยอะเส้นใหญ่ไร้ประสิทธิภาพ

ระบบสัมปทาน ไม่ได้ทำให้ไทยเสียอธิปไตย แต่พัฒนาทรัพยากรขึ้นมาใช้เต็มที่ สร้างองค์กรของไทย และสร้างรายได้เข้ารัฐมหาศาล

Energy Guru อ่านบทความคุณปานเทพ แห่งเอเอสทีวี หนึ่งในแกนนำ คปพ. เขียนย้ำเรื่องอธิปไตยทางพลังงาน ชวนให้คนเข้าใจผิดว่า รัฐบาลคสช. รัฐมนตรีพลังงาน พลเอก อนันตร กำลังจะทำให้ประเทศสูญเสียความเป็นอธิปไตยทางพลังงานไปอีกครั้ง เพราะไม่ยอมตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติ เพื่อมาบริหารจัดการกรรมสิทธิ์ ปิโตรเลียม



กลับไปอ่านหน้าเฟซบุค ของคุณธีระชัย อดีตรัฐมนตรีคลัง และแกนนำอีกคน ของ คปพ. ก็ทั้งเขียนทั้งเล่า เรื่องเดียวกันนี้ พร้อมเปิดข้อมูลขุมทรัพย์แหล่งเอราวัณ บงกช ทำนองบริษัทผู้รับสัมปทาน เข้ามากอบโกยทรัพยากรปิโตรเลียมของประเทศ ได้กำไรไปมหาศาล

ควบคู่ไปกับขบวนการล่ารายชื่อมวลชน 10,000 รายชื่อมาเสนอร่างกฏหมายปิโตรเลียมฉบับ คปพ. ที่เอาไปผูกไว้กับเรื่องรับไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่น่าจะเกี่ยวกันได้ ( คงหวังว่าหากปลุกกระแส กฏหมายปิโตรเลียม ได้ มากเท่าไหร่ ฝั่งตัวจะมีอำนาจต่อรองรัฐบาลได้มากขึ้น เรียกว่าเปิดศึกตีขนาบกันเป็นขบวน

ที่จริงถ้าใครฟัง พลเอกอนันตพร ชี้แจงกับสนช. ถึงเหตุผลที่ควรรับร่างแก้ไข พ.ร.บ. ปิโตรเลียม ทั้ง2 ฉบับ ก็ตรงไปตรงมา ไม่ได้มีวาระซ่อนเร้นอะไรเหมือนที่คุณปานเทพอยากจะให้เป็น เพราะพลเอกอนันตพร ก็พูดชัด ว่าต้องการจะเพิ่มทางเลือกเรื่องแบ่งปันผลผลิต มาใช้ในการบริหารจัดการแหล่งปิโตรเลียม2แหล่งใหญ่คือเอราวัณ บงกช ที่ใกล้จะหมดอายุ และไม่สามารถต่ออายุสัมปทานได้อีก เพราะเคยต่ออายุไปแล้ว

การไม่ตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติขึ้นมาใหม่ เพราะกระบวนการต่างๆต้องใช้เวลา ใช้งบประมาณ จึงให้คนกลางมาทำหน้าที่ศึกษา ถึงผลดีผลเสีย ที่สำคัญคือรัฐบาลเข้าใจถึงปัญหาวิกฤตพลังงานที่จะเกิดขึ้นหากการผลิตก๊าซจากทั้ง2แหล่งหยุดชะงัก ว่าจะส่งผลรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศเพียงใด จึงใช้ความเด็ดขาดในการดำเนินการ เพราะถ้าลงไปเล่นเกมกับ คปพ.ซึ่งรู้อยู่แล้วว่าใครต้องการอะไร ก็จะเสียเวลาเสียโอกาสของประเทศไปเปล่าๆ

เพราะเรื่องของการสูญเสียอธิปไตยทางพลังงาน ที่คปพ.ย้ำแล้วย้ำอีกกับมวลชนของตนนั้น เป็นแค่เพียงวาทกรรม ไม่ได้เป็นความจริง ระบบสัมปทานที่ประเทศเราใช้มาเกือบ 40 ปี ไม่ได้ทำให้ไทยต้องเป็นเมืองขึ้นใคร รัฐไม่ได้ตกอยู่ใต้อำนาจของบริษัทผู้รับสัมปทาน รายไหนเลย ในทางตรงกันข้าม ระบบสัมปทานปิโตรเลียมนี้ต่างๆ ที่ทำให้เกิดการลงทุนสำรวจผลิตปิโตรเลียม จนสามารถค้นพบแหล่งก๊าซใหม่ๆ และทำให้ไทยเข้าสู่ยุคโชติช่วงชัชวาลย์ มีการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ทรัพยากรด้วยอุตสาหกรรมปิโตรเคมี รัฐสามารถที่จะมีบริษัทปตท ปตท.สผ. มาเป็นมือไม้ แขนขา ที่จะต่อกรกับบริษัทพลังงานข้ามชาติรายใหญ่ในอุตสาหกรรมปิโตรเลียมทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำได้ ดอกผลที่เกิดขึ้น ก็ประจักษ์ชัดอยู่แล้ว ว่า ไทยไม่เคยต้องเสียอธิปไตยทางพลังงาน ตามวาทกรรมที่ คปพ.สร้างขึ้นเพื่อหวังสร้างกระแสแนวร่วมจากกลุ่มคนผู้รักชาติเลย

รูปแบบบรรษัทพลังงานแห่งชาติที่คปพ.พยายาม นำเสนอ นั่นต่างหาก ที่จะเป็นกรงขังความเจริญประเทศ พาทุกอย่างถอยหลัง ตัวอย่างของเวเนซุเอลา ก็ปรากฏให้เห็นอยู่แล้ว คุณปานเทพ ทิ้งท้ายบทความของตัวเอง ทำนองว่า ประวัติศาสตร์จะบันทึกว่าคณะรัฐมนตรีที่นำโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้ถืออำนาจรัฏฐาธิปัตย์และสนช.เป็นผู้ทำให้ไทยสูญเสียอธิปไตยทางพลังงาน แต่ผู้รู้ในวงการกลับจะมองตรงกันข้ามว่า คณะคสช.และสนช. ชุดนี้ ต่างหากที่เป็นผู้กล้าหาญในการตัดสินใจนำพาประเทศให้รอดพ้นจากวิกฤตพลังงาน และพยายามที่จะนำทรัพยากรปิโตรเลียมของประเทศ มาบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับคนไทยทั้งประเทศ โดยที่ยังสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ให้ยังขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ไม่ทิ้งภาระด้านงบประมาณไว้ให้ลูกหลานต้องตามชดใช้ในอนาคต

ที่มา Energy Guru  ระบบสัมปทาน ไม่ได้ทำให้ไทยเสียอธิปไตย แต่พัฒนาทรัพยากรขึ้นมาใช้เต็มที่ สร้างองค์กรของไทย และสร้างรายได้เข้ารัฐมหาศาล

14 คำถาม ที่คนอวย คปพ. ต้องอ่าน

14 คำถาม (อ่านแล้วลองถามใจตัวเองดู) ที่คนอวย คปพ. ต้องอ่าน



1. สมาชิกคปพ.แต่ละคนมีวุฒิการศึกษาอะไรบ้าง? มีใครเรียนจบด้านปิโตรเลียมหรือไม่? เคยทำงานในเอกชน/ภาครัฐ/ภาคการศึกษา ด้านปิโตรเลียมโดยตรง? ประสบการณ์กี่ปี? เคยทำการสำรวจ ประเมินปริมาณสำรอง สร้างแท่น เจาะหลุม ควบคุมการผลิต ที่แหล่งใดบ้าง?

2. สมาชิกคปพ.เคยบอกว่าไทยมีแหล่งขนาดใหญ่กว่าซาอุฯ คือแหล่งไหน? มีปริมาณสำรองเท่าไหร่? ทำไมบริษัทน้ำมันและกระทรวงไม่รู้ข้อมูลนี้เลย? ทำไมคนที่รู้ไม่ผลิตขึ้นมาขาย?

3. ที่เคยเสนอให้ไทยยึดสัมปทานคืนมาทำเองจะได้ใช้น้ำมันถูกๆแบบเวเนซูเอล่า วันนี้ยังยืนยันหรือไม่? เขาประสบความสำเร็จอย่างไร? ตอนนี้เจริญรุ่งเรืองขนาดไหน?

4. ทรัพย์สินที่แท้จริงของแปลงสัมปทานคืออะไร? แท่นและหลุมที่มีอยู่ หรือปริมาณสำรองใต้ดิน? เมื่อก๊าซใต้ดินหมด เอาหลุมกับแท่นไปทำอะไรได้บ้าง? ขายได้ราคาหรือไม่?

5. คปพ.บอกว่าไทยมีปิโตรเลียมมาก รัฐเรียกเก็บส่วนแบ่งน้อย บริษัทน้ำมันกำไรเยอะ ทำไมบริษัทใหญ่ๆถอนตัวจากการสำรวจและผลิตในประเทศไทย? BP Shell BG ถอนไปแล้วและ Chevron ก็กำลังประกาศขายการลงทุน ทำไมเขาไม่อยู่ตักตวงผลประโยชน์จากประเทศไทย?

6. ที่เสนอระบบจ้างผลิต มีประเทศใดเคยทำแล้วบ้าง? ขอบเขตการจ้างคืออะไร? กับพื้นที่ใด? จ่ายค่าจ้างอย่างไร? มีเงื่อนไขการลงทุนเพิ่มอย่างไร? ใครเป็นผู้รับจ้าง? ปัจจุบันยังดำเนินการอยู่หรือไม่?

7. ราคาก๊าซที่อเมริกาถูกกว่าไทยมาก จะนำมาใช้ได้อย่างไร? มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่? ทำสัญญาระยะยาวได้หรือไม่? ทำไมไม่มีใครนำเข้ามา?

8. ราคาก๊าซ LNG ตอนนี้ถูกกว่าก๊าซในอ่าวไทย เงินที่จ่ายเพื่อนำเข้ามีส่วนกลับมาไทยหรือไม่? ค่าซื้อก๊าซในอ่าวไทยคืนกลับมาเป็นค่าภาคหลวงและภาษีเท่าไหร่? เป็นการสร้างเศรษฐกิจจากอุตสาหกรรมสนับสนุนเท่าไหร่? เป็นการจ้างงานคนไทยเท่าไหร่? ตกลงนำเข้าหรือซื้อจากผู้ผลิตในประเทศดีกว่ากัน? ถ้าหยุดผลิตมีคนตกงานมากมาย จะให้เขามาขอเยียวยาจากคปพ.ดีไหม?

9. หากสัมปทานหมดอายุไม่มีความต่อเนื่องในการผลิต ก๊าซที่จะหายไปเป็นปีไหนบ้าง? ราคานำเข้า LNG มาทดแทนจะเป็นเท่าไหร่? ราคานำเข้า LNG สูงขึ้นจะทำอย่างไร? ค่าภาคหลวงและภาษีที่หายไปเกือบ 1 แสนล้านต่อปี จะหารายได้ที่ไหนมาแทน?

10. ตามแนวทางที่คปพ.เสนอ ถ้าไม่มีบริษัทรับจ้างผลิต เราจะทำอย่างไร? ถ้าไม่ลงทุนสร้างแท่นและเจาะหลุมเพิ่ม ทำยังไงจะผลิตต่อได้? เรามีอุปกรณ์ที่จะรับ LNG มากขนาดนั้นแล้วหรือยัง? ถ้าสร้างเพิ่ม ต้องลงทุนเท่าไหร่? ใช้เวลาเท่าไหร่? ถ้าสร้างคลังรับ LNG ไม่ทัน จะเอาก๊าซจากไหนมาแทน?

11. คปพ.ยกร่างพรบ.ปิโตรเลียม ตั้งตัวเองและพรรคพวกเข้าไปเป็นกรรมการกำกับกิจการปิโตรเลียมและกรรมการบรรษัทพลังงานแห่งชาติ มีอำนาจควบคุมและใช้จ่ายเงินรายได้จากทรัพยากรของชาติแบบเบ็ดเสร็จ เป็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ชงเองกินเองหรือไม่? มีความรู้และประสบการณ์จากไหน? ได้รับเลือกตั้งหรือใครแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนภาคประชาชน?

12. คปพ.ขู่ไม่รับ รธน.หาก สนช.ผ่านร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม มันเกี่ยวกันตรงไหน? เป็นการจับเอาร่างรัฐธรรมนูญเป็นตัวประกันใช่ไหม? เข้าข่ายผิดกม.ประชามติหรือไม่?

13. สมาชิกคปพ.ประกอบอาชีพอะไรบ้าง? มีรายได้เลี้ยงชีพอย่างไร? เคยแสดงทรัพย์สินต่อปปช.หรือสาธารณะหรือไม่? เคยสร้างผลงานและประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานอย่างไร? เคยถูกปลดหรืออกจากงานหรือไม่? ได้เงินทุนมาดำเนินการรณรงค์เรื่องต่างๆจากที่ใด?

14. สมาชิกคปพ.ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีใดบ้าง? เรื่องกำลังอยู่ในศาลกี่คดี? มีใครถูกตัดสินความผิดแล้วบ้าง? และถูกลงโทษอย่างไร?

อย่าปล่อยให้ คปพ. มีอำนาจเหนือรัฐบาล

แชร์ให้ทั่ว บอกต่อในวงกว้าง พรบ.ปิโตรเลียม ฉบับใหม่ รัฐบาลทำตามเสียงของทุกภาคส่วนเป็นสำคัญ เว้นแต่ไม่ถูกจริตของ คปพ ที่จะยกตนเหนือรัฐบาล และ คปพ จะทำตัวเหนืออำนาจรัฐ

ล่าสุดมีการบอกด้วยว่า คปพ.ขู่ไม่รับ รธน.หาก สนช.ผ่านร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม - นัด 24 มิ.ย.ล่าชื่อให้เกิน 1 หมื่น

ที่มา http://m.manager.co.th/Politics/detail/9590000062981

คปพ.บอกว่า ได้จัดทำร่างกฏหมายปิโตรเลียม ฉบับประชาชน (ต้องถามว่า คปพ.เป็นตัวแทนประชาชนทั้งประเทศตั้งแต่เมื่อไหร่ เรื่องนี้ สนช.ต้องไม่หลงกล วาทกรรมแอบอ้างเจตนารมณ์ประชาชน) ทั้งๆ ที่ การแก้ไขที่ผ่านมานั้น พรบ. ฉบับนี้ มีการหารือ และ แก้ไข รวมถึงเปิดรับฟังความเห็นในหลายเวทีแล้ว ได้แก่ สโมสรกองทัพบก รวมไปถึงที่ทำเนียบรัฐบาล

พรบ ปิโตรเลียม ฉบับใหม่ ไม่ฟังเสียงประชาชนจริงหรือ? (ยาว แต่อ่านเถอะ จะได้รู้ว่าเป็นยังไง) http://on.fb.me/1FYmUQj

ร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม 2559 แก้ไขใหม่ http://on.fb.me/1QIyBcH

แต่การที่จะล่ารายชื่อประชาชนไม่น้อยกว่า10,000 คน เข้าชื่อ เพื่อเสนอร่าง ฉบับ คปพ. ให้สนช.พิจารณา (ถามว่า 10,000 คนนี่คือเสียงส่วนใหญ่ จะชี้นำคน63 ล้านคน ทั้งประเทศได้เลยหรือ) http://bit.ly/28OAAnx

ในส่วนการจัดตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติ เข้าไปในร่างกฏหมายปิโตรเลียม (จะตั้งทำไมให้ซ้ำซ้อนเปลืองงบประมาณแผ่นดิน 10,000 ล้านบาท อะไรคือประสิทธิภาพ อะไรคือธรรมาภิบาล) นักวิชาการแนะนำด้วยซ้ำว่าไม่จำเป็น http://www.innnews.co.th/shownews/show?newscode=707707

คปพ. อยากจะให้รัฐเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ปิโตรเลียม ที่อยู่ใต้ดิน คือจ้างเขาขุดขึ้นมาให้รัฐขายเอง ขายได้แล้วค่อยมาจ่ายค่าจ้าง

(ถามว่า รัฐมีบุคลากรที่เชี่ยวชาญ ในการค้าขายปิโตรเลียมหรือ ? จะขายราคาเท่าไหร่ จะจ่ายค่าจ้างเขาเท่าไหร่อย่างไร รัฐได้ประโยชน์มากกว่าเดิมจริงหรือ ถ้าผู้ซื้อคือ ปตท. รัฐจะขายถูกหรือขายแพง ถ้าขายถูก รัฐก็ได้ผลตอบแทนน้อย ถ้าขายแพง ประชาชนก็ได้ใช้พลังงานราคาแพง ดังนั้นที่ คปพ.บอกว่าจะให้รัฐได้ผลประโยชน์มากๆ ประชาชนได้ใช้น้ำมันก๊าซราคาถูก จึงเป็นเรื่องที่สวนทางกัน เที่ยวเอาเรื่องกรรมสิทธิ์ มาปลุกกระแสรักชาติ แล้วพามวลชนไปหลงทางกระนั้นหรือ) และที่สำคัญ ตามกฎหมายเดิม ปิโตรเลียมก็เป็นของรัฐอยู่แล้ว การจะกระทำการใดต้องได้รับอนุญาต แล้วควบคุมดูแลโดยรัฐ http://show.energy.go.th/faq_003.html

ที่มา สำนักข่าว INN, กระทรวงพลังงาน, energy guru, และ น้องปอสาม