Showing posts with label Henryhub. Show all posts
Showing posts with label Henryhub. Show all posts

ราคาก๊าซพม่า,มาเลเซีย 66 สต. เพ้อเจ้อ

สุดเพ้อเจ้อเรื่องราคาก๊าซธรรมชาติที่ขายให้มาเลเซีย 66 สต.



ก๊าซฯจากแหล่ง JDA (Joint Development Area) เป็นพื้นที่ทับซ้อน ที่ไทยกับมาเลเซียได้ตกลงร่วมกันพัฒนา โดยตั้งบริษัทร่วมทุนขึ้นมาเป็นผู้พัฒนาหาประโยชน์จากแหล่งก๊าซฯในพื้นที่นั้น กำไร ผลผลิต หรือสิทธิประโยชน์ก็แบ่งเท่าๆ กันระหว่างไทยกับมาเลเซีย ทั้งไทยและมาเลเซียมีสิทธิที่จะซื้อก๊าซจากแหล่งนั้นตามที่ได้ตกลงกัน โดยมีโครงการวางท่อก๊าซมาขึ้นบกที่สงขลา ที่อำเภอจะนะ

ก๊าซธรรมชาติที่ว่าขายให้มาเลเซีย จึงเป็นก๊าซฯจากแหล่ง JDA นี้ ซึ่งไม่ใช่ของไทยซึ่งเป็นกรรมสิทธิร่วมกันจะเอาไปเปรียบเทียบกับก๊าซฯที่ประเทศไทยซื้อจากพม่า จากแหล่งเยนาดา เยตากุนไม่ได้ เพราะก๊าซฯ นั้นแม้ ปตท.สผ. จะได้ร่วมสำรวจและผลิต แต่ราคาก็ต้องเป็นราคาที่ตกลงกับรัฐบาลพม่า ดังนั้น คนที่มาพูดว่าไทยเราซื้อก๊าซจากแหล่งนี้มาแพง ถึงว่าเป็นการกล่าวหาที่เป็นเท็จ


เรื่องราคาที่มีการเข้าใจผิดว่า 66 สต. นั้น ยิ่งเป็นความมั่วโดยหาที่เปรียบไม่ได้ เพราะ ราคาก๊าซที่เราทำสัญญากับมาเลเซียในพื้นที่พัฒนาร่วมนี้ อยู่ที่***ราคาประมาณ 7.8 ดอลลาร์สหรัฐ/ล้านบีทียู (องค์กรร่วมไทย-มาเลเซียได้เสนอร่างสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 4 สัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติแปลง A-18 ในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย -มาเลเซีย ที่คณะกรรมการองค์กรร่วมไทย -มาเลเซียได้เห็นชอบแล้วในการประชุมองค์กรร่วมครั้งที่ 103 เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2555 และได้มีการลงนามกำกับย่อ (Initial) โดยคู่สัญญาทุกรายเป็นที่เรียบร้อยแล้วเพื่อขอรับความเห็นชอบจากรัฐบาลไทย (พร้อมทั้งนำเสนอขอความเห็นชอบจากรัฐบาลมาเลเซียด้วยเช่นกัน) อายุสัญญาจะเริ่มนับจากวันที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายลงนามในสัญญาและจะสิ้นสุดเมื่อครบระยะเวลา 5 ปี 6 เดือน) ฉะนั้นแล้ว 66 สต. เป็นตัวเลขที่เอามาจากไหน?

***ส่วนก๊าซจากพม่าที่บอกว่ากิโลละ 12 บาท (คาดว่าสับสนหน่วย) น่าจะเป็นเข้าใจผิดเรื่องตัวเลขอีกเช่นเคย ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 11.54 ดอลล่าร์/ล้านบีทียู และเป็นราคาที่ทำสัญญาเจรจาซื้อขาย ระหว่าง 4 บริษัทในพื้นที่ของพม่า โดย ปตท.สผ. เป็นแค่หนึ่งในบริษัทร่วมลงทุนเท่านั้น

อนาคตก๊าซจากพม่าอาจลดน้อยลงเพราะพม่าหันไปทำสัญญาระยะยาวกับประเทศจีนอาจทำให้ไทย ตกอยู่ในสถานการณ์ขาดแคลนก๊าซ ทำให้ต้องนำเข้า LNG จากที่อื่นๆ เพิ่ม 16.42 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียู (ประมาณ 542 บาทต่อล้านบีทียู) หรือเท่ากับ 26.2 บาท/กิโลกรัม ซึ่งจากแหล่งก๊าซในไทยอยู่ที่ประมาณ 8 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียู (ประมาณ 264 บาทต่อล้านบีทียู) หรือเท่ากับ 12.77 บาท/กิโลกรัม ฉะนั้นตอนนี้เราก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องทำสัญญากับพม่า เพื่อให้ได้ก๊าซในราคาที่ถูกกว่านำเข้า LNG ที่ต้องขนส่งทางเรือทำให้มีต้นทุนสูงกว่า

และ ถ้ามีการเปรียบเทียบกับอเมริกา ยิ่งเพ้อเจ้อใหญ่ ก๊าซ Henry Hub 3 บาท ไม่ใช่ว่า จะได้ใช้ถูกๆ เพราะ

- ข้อมูลข้างต้นเป็นการนำราคาก๊าซธรรมชาติที่ไม่ใช่ราคาขายปลีกและยังไม่ได้รวมค่าใช้จ่ายดำเนินการใดๆ มาเปรียบเทียบกับราคาขายปลีก NGV จึงไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้ การเปรียบเทียบควรเปรียบเทียบราคาขายปลีก NGV ด้วยกัน

- ราคาก๊าซ NGV ของสหรัฐฯ อเมริกาอยู่ที่ $2-2.5 ต่อ GGE (Gasoline-gallon equivalent เทียบเท่าแกลลอนของเบนซิน) ซึ่งเทียบเท่ากับราคา NGV ที่ประมาณ 27-34 บาท/กก. ราคาก๊าซ NGV ของเยอรมันปัจจุบันอยู่ที่ 0.9-1.1 ยูโร/กก. ซึ่งเท่ากับราคา NGV ที่ประมาณ 36-44 บาท/กก.



#JDA #THAI #MALAYSIA #LNG #NG #MYANMAR #ENERGY
------- JDA หรือ (Thailand – Malaysia Join Development Area, JDA) -------

พื้นที่พัฒนาร่วมไทย – มาเลเซีย (Thailand – Malaysia Join Development Area, JDA) มีพื้นที่ประมาณ 7,250 ตารางกิโลเมตร ซึ่งตั้งอยู่ในอ่าวไทยตอนใต้ ใกล้กับทะเลจีนใต้ เกิดขึ้นจากการประกาศพื้นที่เขตแดนของทั้งประเทศไทย และประเทศมาเลเซียที่มีพื้นที่ทับซ้อนกัน เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจากการใช้พื้นที่และทรัพยากร ในปี ค.ศ. 1991 รัฐบาลทั้งสองประเทศจึงประกาศให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่พัฒนาร่วมโดยตั้งหน่วยงานกลางขึ้นมาดูแล ได้แก่ Malaysia – Thailand Join Authority ( MTJA ) มีสำนักงานตั้งอยู่ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย มีหน้าที่รับผิดชอบบริหารจัดการการใช้ทรัพยากรในพื้นที่โดยให้ผลประโยชน์ตกอยู่กับทั้งสองประเทศโดยเท่าเทียมกัน ในพื้นที่ JDA นี้ ได้แบ่งพื้นที่สัมปทาน สำรวจ และผลิตปิโตรเลียมออกเป็น 3 แปลงด้วยกัน ได้แก่ แปลง B – 17 ดำเนินงานโดยบริษัท Carigali - PTTEPI Operating Company (CPOC), แปลง A – 18 โดยบริษัท Carigali - Hess Operating Company (C – HESS) และแปลง C – 19 โดยบริษัท CPOC โดยก๊าซธรรมชาติจากแหล่ง A – 18 ได้ถูกส่งไปยังโรงไฟฟ้าจะนะ ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย นอกจากนั้นยังถูกส่งไปที่โรงแยกก๊าซธรรมชาติ จะนะ ของบริษัท ทรานส์ ไทย – มาเลเซีย (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งอยู่ที่ อ.จะนะ จ.สงขลา ซึ่งแยกก๊าซธรรมชาติเป็นก๊าซ LPG และ NGL ซึ่งจะถูกส่งต่อไปจำหน่ายยังประเทศมาเลเซีย ก๊าซธรรมชาติจากแปลง A – 18 บางส่วน และก๊าซธรรมชาติจากแปลง B – 17 ได้ถูกจัดส่งเข้าท่อส่งก๊าซธรรมชาติในทะเลสายประทาน 3 ไปยังโรงแยกก๊าซธรรมชาติระยอง ของบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และถูกส่งไปยังโรงไฟฟ้าและลูกค้าต่างๆด้วยระบบท่อส่งก๊าซฯของ ปตท. (ขณะนี้ได้มีการดำเนินการแยก TPA ออกมา) สำหรับท่อส่งก๊าซฯในพื้นที่ JDA ทั้งหมด จะดำเนินงานโดยบริษัททรานส์ ไทย – มาเลเซีย จำกัด (TTM) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง ปตท. (ปตท.สผ.) และปิโตรนาส ประเทศมาเลเซีย (PETRONAS) โดยมีอัตราส่วนการถือหุ้น 50 : 50 นอกจากการจัดส่งก๊าซฯทั้งสองจุดที่ได้กล่าวมาแล้วทางบริษัท TTM กำลังวางแผนเพื่อดำเนินการก่อสร้างท่อส่งก๊าซธรรมชาติ จากแหล่ง JDA แปลง B – 17 ไปยังชายฝั่งเมือง Kertih ประเทศมาเลเซีย เพื่อรักษาสัดส่วนการใช้ ก๊าซฯจากแหล่ง JDA ให้มีความทัดเทียมกันทั้งสองประเทศอีกด้วย